ข่าวเด่นวันนี้ พีทีเอนิวส์
รู้ไหม…ผู้บริหารของเรามาจากไหน?มาจาก หลานยายภารโรงเงินเดือน 600 บาท สู่วันนี้ อาจารย์เดช”ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจบ้านราชสีห์
คุณรู้ไหม…ผู้บริหารของเรามาจากไหน?
จาก “เด็กชายโอ” หลานยายภารโรงเงินเดือน 600 บาท สู่ “อาจารย์เดช” ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจบ้านราชสีห์ ผู้พิสูจน์ว่า ความจนกำหนดจุดเริ่มต้นได้ แต่กำหนดจุดหมายของชีวิตไม่ได้
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ ขอถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันหลายคนรู้จักในฐานะนักธุรกิจ นักกฎหมาย นักแต่งเพลง ครูเพลง และผู้บริหารกิจการหลายแห่ง แต่กว่าที่เขาจะเดินมาถึงวันนี้ เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ
เขาเติบโตมาบนถนนลูกรัง ผ่านความยากจน ความขาดแคลน คำดูถูก และอุปสรรคมากมาย โดยมีเพียงความอดทน ความมานะ ความพยายาม และคำสอนจากหญิงชราผู้เป็นทั้งยาย เป็นเสมือนแม่ และเป็นครูคนแรกของชีวิต
บุคคลผู้นั้นคือ
อาจารย์เดช ครูเพลงบ้านนอก
หรือ “เด็กชายโอ” ในวันวาน หลานชายของ นางคำ สมบูรณ์ หรือ “ยายพร สมบูรณ์” อดีตภารโรงประจำโรงเรียนกวางวา อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
ใครจะคิดว่า เด็กชายคนหนึ่งที่เติบโตมากับยายภารโรง ซึ่งในเวลานั้นได้รับเงินเดือนเพียงประมาณ 600 บาท จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเอง จนกลายเป็นผู้บริหารที่มีกิจการหลากหลาย มีครอบครัวที่อบอุ่น และมีความมั่นคงในชีวิตอย่างเช่นทุกวันนี้
แต่เรื่องราวของอาจารย์เดชได้พิสูจน์แล้วว่า
ต้นทุนชีวิตอาจกำหนดจุดเริ่มต้นของเรา แต่ไม่สามารถกำหนดว่าเราจะไปสิ้นสุดอยู่ตรงไหน
จากหลานยายภารโรง สู่คนที่ยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง
ในวัยเด็ก อาจารย์เดชไม่ได้มีชีวิตที่สะดวกสบาย เขาไม่ได้เติบโตในครอบครัวที่มีทรัพย์สินมากมาย ไม่มีเงินทุน ไม่มีเส้นสาย และไม่มีความพร้อมเหมือนเด็กอีกหลายคน
สิ่งที่เขามีคือยายคนหนึ่ง ซึ่งประกอบอาชีพภารโรงอยู่ที่โรงเรียนกวางวา อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
นางคำ สมบูรณ์ หรือยายพร สมบูรณ์ ใช้รายได้อันน้อยนิดจากการทำงาน เลี้ยงดูหลานชายให้มีข้าวกิน มีที่พักอาศัย และมีโอกาสเติบโต แม้เงินเดือนประมาณ 600 บาทในวันนั้นแทบไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย แต่ยายไม่เคยปล่อยให้ความยากจนกลายเป็นเหตุผลในการทอดทิ้งหลาน
ยายอาจไม่มีเงินทองหรือมรดกชิ้นใหญ่ไว้ให้ แต่ยายได้มอบสิ่งที่มีค่ากว่าทรัพย์สินใด ๆ นั่นคือ คำสอน ความรัก ความอดทน ความซื่อสัตย์ และหัวใจของนักสู้
สองมือของยายอาจหยาบกร้านจากการทำงาน เสื้อผ้าอาจไม่ได้สวยงาม บ้านอาจไม่ได้ใหญ่โต แต่หัวใจของยายยิ่งใหญ่เพียงพอที่จะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดี และกลายเป็นผู้สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น
ผู้หญิงที่บางคนเคยมองข้าม แต่กลับสร้างคนคนหนึ่งขึ้นมาได้
ยายพรไม่ได้เป็นผู้มีการศึกษาสูง ไม่ได้มีถ้อยคำสวยหรูเหมือนบุคคลที่ร่ำเรียนมาจากสถาบันใหญ่ และบางครั้งคนรอบข้างอาจมองท่านด้วยความไม่เข้าใจ บางคนอาจกล่าวหาหรือตัดสินท่านจากบุคลิกภายนอกว่าเป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง เป็นบ้า เป็นใบ้ หรือมีอาการทางประสาท
แต่สำหรับหลานชาย คนที่หลายคนเคยมองข้ามคนนี้ กลับเป็นบุคคลที่เข้าใจชีวิตมากที่สุด
อาจารย์เดชมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เขามองเห็นความรักซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ความเข้มงวด มองเห็นความหวังดีในคำพูดสั้น ๆ และมองเห็นความเสียสละของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมเหนื่อย ยอมลำบาก และยอมอด เพื่อให้หลานได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม
ในวันที่โลกภายนอกอาจไม่ได้มองเห็นคุณค่าของยาย หลานชายกลับจดจำคำสอนทุกคำ และนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิต
วันนี้สังคมจึงได้ประจักษ์แล้วว่า
หญิงชราผู้เป็นเพียงภารโรง และมีรายได้เพียงน้อยนิด สามารถเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นเป็นบุคคลที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้
คำสอนของยายที่ไม่มีอยู่ในตำราเล่มใด
คำสอนของยายพรอาจไม่ใช่ถ้อยคำตามหลักวิชาการ แต่ทุกคำล้วนเกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเคยต่อสู้กับความยากจนและความลำบากมาตลอดชีวิต
คำพูดหนึ่งที่อาจารย์เดชจดจำมาจนถึงวันนี้คือ
“คนเรามีสิทธิ์ท้อได้ แต่ต้องคิดด้วยว่า ถ้าวันนี้ท้อแล้ว พรุ่งนี้เราจะมีกินไหม”
คำสอนนี้ไม่ได้หมายความว่า คนเราห้ามเหนื่อย ห้ามเสียใจ หรือห้ามอ่อนแอ แต่ยายกำลังสอนว่า เราสามารถหยุดพักได้ สามารถร้องไห้ได้ และสามารถรู้สึกท้อได้ แต่สุดท้ายเราต้องกลับมารับผิดชอบชีวิตของตนเอง เพราะความหิวและความลำบากไม่เคยหยุดรอใคร
อีกหนึ่งคำสอนที่กลายเป็นหลักในการดำเนินชีวิตของเขาคือ
“คนเราล้มได้ แต่ต้องลุกให้เป็น”
เพราะการล้มไม่ใช่เรื่องน่าอาย ทุกคนมีโอกาสผิดพลาด มีโอกาสพ่ายแพ้ และมีวันที่ชีวิตไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าเราแพ้จริงหรือไม่ ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ล้ม หากเป็นการตัดสินใจว่า หลังจากล้มแล้วเราจะลุกขึ้นมาเดินต่อหรือจะยอมอยู่ตรงนั้นตลอดไป
ยายยังสอนให้เขาเชื่อมั่นเสมอว่า
“ไม่มีความฝันใดทรยศคนที่สู้เพื่อมันอย่างแท้จริง”
ความสำเร็จอาจมาช้า เส้นทางอาจยาวไกล และบางครั้งความพยายามอาจยังไม่ให้ผลตอบแทนในทันที แต่ทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้า ย่อมทำให้เราเข้าใกล้ความฝันมากกว่าการนั่งรอโชคชะตาอยู่กับที่
ความจนไม่ใช่คำพิพากษาว่าเด็กคนหนึ่งจะต้องเป็นอะไร
เด็กที่เติบโตมาท่ามกลางความยากจน มักถูกคนบางกลุ่มตัดสินล่วงหน้าว่าอาจไม่มีอนาคต ไม่มีโอกาส หรืออาจเติบโตไปในเส้นทางที่ผิด
บางครั้งสังคมถึงขั้นกำหนดชะตาให้เด็กคนหนึ่งว่า เมื่อเติบโตขึ้นเขาอาจต้องกลายเป็นโจร เป็นคนไม่ดี หรือเป็นภาระของผู้อื่น เพียงเพราะครอบครัวของเขาไม่มีเงินและไม่มีต้นทุนชีวิตเหมือนคนทั่วไป
แต่อาจารย์เดชเลือกทำในสิ่งตรงกันข้าม
เขาไม่ยอมให้ความจนเป็นข้ออ้างในการทำผิด ไม่ยอมให้คำดูถูกกลายเป็นคำตัดสินชีวิต และไม่ยอมให้โชคชะตาเป็นผู้กำหนดว่าเขาจะต้องอยู่ตรงไหน
เขาเลือกเรียนรู้ เลือกทำงาน เลือกต่อสู้ และเลือกสร้างอนาคตด้วยสองมือของตนเอง
ชีวิตของเขาจึงเป็นหลักฐานสำคัญว่า
ความจนเป็นเพียงสถานการณ์หนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ตัวตนของเรา และไม่ใช่คำพิพากษาว่าเราจะต้องล้มเหลวไปตลอดชีวิต
คนจนสามารถเป็นคนดีได้
เด็กที่ไม่มีต้นทุนสามารถมีการศึกษาได้
คนที่เคยถูกมองข้ามสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้
และหลานของยายภารโรงสามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้บริหารซึ่งสร้างงานให้แก่ผู้อื่นได้
จาก “เด็กชายโอ” สู่ “อาจารย์เดช ครูเพลงบ้านนอก”
หลานชายของยายภารโรงในวันนั้น ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในชื่อ อาจารย์เดช ครูเพลงบ้านนอก นักแต่งเพลงและครูเพลงผู้มีผลงานได้รับความสนใจจากประชาชน โดยมีบทเพลงเป็นที่รู้จักหลายผลงาน เช่น
“น้ำตายอดขุนศึก”
“แม่ทัพใจเหล็ก”
“ชายแดน”
รวมถึงผลงานเพลงอื่น ๆ อีกหลายบทเพลง บางผลงานมียอดรับชมในระดับล้านวิว จนได้รับการกล่าวถึงในฐานะครูเพลงล้านวิวและผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงเพื่อสังคม
นอกจากความสามารถทางด้านดนตรีแล้ว อาจารย์เดชยังไม่หยุดพัฒนาตนเองด้านการศึกษา โดยสำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต และศึกษาต่อในระดับ ปริญญาโทด้านการบริหาร
ความรู้ทางด้านกฎหมาย การบริหาร ประกอบกับประสบการณ์ชีวิต ได้ถูกนำมาต่อยอดสู่การทำงานและการประกอบกิจการหลากหลายประเภท
ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจบ้านราชสีห์
ปัจจุบัน อาจารย์เดชเป็นผู้บริหารและเจ้าของกิจการหลายแห่งภายใต้ กลุ่มธุรกิจบ้านราชสีห์ ประกอบด้วย
สตูดิโอและค่ายเพลงบ้านราชสีห์ มิวสิค จังหวัดแพร่
ดำเนินงานด้านการผลิตเพลง การสร้างสรรค์ผลงานดนตรี และการส่งเสริมศิลปินหรือผู้มีความสามารถให้มีโอกาสนำเสนอผลงานต่อสาธารณชน
รถบ้านอาจารย์เดช ออโต้คาร์ จำนวน 2 สาขา
ดำเนินธุรกิจด้านยานยนต์และการให้บริการแก่ประชาชน
ร้านอาหารบ้านอาจารย์
รวมถึงร้านค้าและกิจการต่าง ๆ ในจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงาน สร้างรายได้ และหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในพื้นที่
บริษัท พีทีเอ บิสสิเนส ลอร์ โพรเทคชั่น กรุ๊ป จำกัด
ดำเนินงานด้านกฎหมาย งานสืบสวน การให้คำปรึกษา และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนและภาคธุรกิจ
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
หรือหนังสือพิมพ์พีทีเอ นิวส์ ทำหน้าที่นำเสนอข่าวสาร สะท้อนปัญหาสังคม และเป็นช่องทางสื่อสารเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
บริษัทรักษาความปลอดภัยท็อปการ์ด
ดำเนินธุรกิจด้านการรักษาความปลอดภัย และมีส่วนในการสร้างงานให้แก่บุคลากรในสายอาชีพ
บริษัทบอดี้การ์ด ท็อปโซลูชั่น จังหวัดนครราชสีมา
ให้บริการด้านการดูแล อารักขา และรักษาความปลอดภัยแก่บุคคล
รวมถึงธุรกิจและกิจการอื่น ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากการต่อยอดความรู้ ประสบการณ์ ความกล้าในการลงมือทำ และความพยายามที่ไม่ยอมจำนนต่อข้อจำกัดของชีวิต
อาจารย์เดชไม่ได้กล่าวว่าตนเองเป็นบุคคลร่ำรวยมหาศาล แต่สิ่งที่เขามีในวันนี้คือชีวิตที่มั่นคง มีงาน มีรายได้ พอมีพอกิน ไม่ต้องลำบากเช่นในวัยเด็ก และยังสามารถแบ่งปันโอกาส สร้างอาชีพ และช่วยเหลือบุคคลอื่นได้ตามกำลัง
ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้มีเพียงจำนวนเงินในบัญชี
เมื่อกล่าวถึงความสำเร็จ หลายคนอาจนึกถึงทรัพย์สิน บ้าน รถยนต์ หรือกิจการ แต่สำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่เคยผ่านความยากจนมาอย่างหนัก ความสำเร็จไม่ได้มีเพียงเรื่องของเงินทอง
ปัจจุบัน อาจารย์เดชมีครอบครัวที่อบอุ่น มีภรรยาที่ดีคอยเป็นกำลังใจ และมีบุตรรวม 3 คน ได้แก่ ลูกชาย 2 คน และลูกสาว 1 คน ทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกันภายใน บ้านราชสีห์
บ้านหลังนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ที่เขาพยายามสร้างขึ้นด้วยตนเอง เป็นพื้นที่ของความรัก ความอบอุ่น และความมั่นคง ซึ่งแตกต่างจากชีวิตวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความขาดแคลน
สำหรับคนที่เคยไม่รู้ว่าในวันพรุ่งนี้จะมีข้าวกินหรือไม่ การได้มีบ้าน มีครอบครัวที่อบอุ่น มีภรรยาที่เข้าใจ มีลูก ๆ อยู่พร้อมหน้า และสามารถดูแลทุกคนได้ ย่อมเป็นความสำเร็จที่มีคุณค่ามากกว่าตัวเลขใด ๆ
รางวัล “แม่ผู้สร้างคนดีสู่สังคม” คือคำตอบของทั้งชีวิตยาย
วันนี้ คุณงามความดีและความเสียสละของ นางคำ สมบูรณ์ หรือยายพร สมบูรณ์ ได้รับการประกาศเกียรติคุณผ่านโครงการ
“แม่ผู้ให้ แม่ผู้สร้าง”
Mother of Giving, Mother of Inspiration Awards 2026
โดยยายพรได้รับโล่เชิดชูเกียรติในสาขา
“แม่ผู้สร้างคนดีสู่สังคม”
ประจำปีพุทธศักราช 2569
จัดโดย สภาเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อการศึกษาและสังคม
และได้รับเกียรติจาก
หม่อมหลวง วรานุชสรณ์ วัชรวงศ์
ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
เป็นผู้มอบโล่เชิดชูเกียรติอันทรงคุณค่า
รางวัลนี้มีความหมายมากกว่าการได้รับโล่หนึ่งใบ เพราะเป็นคำตอบของชีวิตหญิงชราคนหนึ่ง ผู้ใช้แรงกายและหัวใจเลี้ยงดูเด็กชายที่ไม่มีต้นทุน ให้เติบโตขึ้นเป็นคนดี เป็นผู้มีการศึกษา เป็นผู้ประกอบอาชีพสุจริต และเป็นผู้สร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น
การสร้างคนไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่ใช้ ไม่ได้วัดจากขนาดของบ้าน หรือชื่อเสียงของโรงเรียน แต่วัดจากคุณธรรมที่ปลูกฝัง ความรับผิดชอบที่สอน และหัวใจที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเชื่อว่า ตนเองยังมีคุณค่าและสามารถมีอนาคตที่ดีได้
ยายพรอาจไม่มีทรัพย์สินมากมายไว้เป็นมรดก แต่ท่านได้มอบมรดกชีวิตที่มีค่าที่สุดแก่หลานชาย ได้แก่
ความอดทน
ความขยัน
ความซื่อสัตย์
ความกตัญญู
การไม่ดูถูกตนเอง
และ หัวใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
มรดกเหล่านี้ได้เติบโตขึ้นพร้อมกับหลานชาย และแปรเปลี่ยนเป็นความรู้ ผลงาน ธุรกิจ ครอบครัว และโอกาสที่เขาส่งต่อให้แก่ผู้อื่น
รางวัลที่ยายไม่ได้อยู่รับด้วยตนเอง
นางคำ สมบูรณ์ หรือยายพร สมบูรณ์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565 สิริอายุ 83 ปี
แม้วันนี้ยายจะไม่ได้อยู่รับโล่รางวัลด้วยมือของตนเอง ไม่ได้ยืนอยู่ในวันที่ชื่อของท่านได้รับการประกาศ และไม่ได้เห็นว่าหลานชายที่เคยเลี้ยงมาด้วยความยากลำบากสามารถยืนอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิ
แต่ทุกความสำเร็จของหลานชาย คือคำตอบว่า คำสอนของยายไม่ได้สูญหายไปตามกาลเวลา
คำสอนของยายยังอยู่ในทุกครั้งที่เขาล้มแล้วลุก
อยู่ในทุกครั้งที่เขาเหนื่อยแต่ยังเดินต่อ
อยู่ในทุกกิจการที่เขาสร้างขึ้น
อยู่ในทุกครอบครัวที่ได้รับงาน
และอยู่ในทุกโอกาสที่เขาหยิบยื่นให้แก่ผู้อื่น
ยายอาจจากโลกนี้ไปแล้ว แต่สิ่งที่ยายสร้างยังคงดำรงอยู่ผ่านชีวิตของหลานชาย
โล่รางวัลนี้จึงเป็นทั้งความภาคภูมิใจ ความคิดถึง และเครื่องยืนยันว่า ชีวิตของยายภารโรงคนหนึ่งไม่ได้สูญเปล่า
คำกล่าวจากหลานชายถึงยาย
“ยายครับ วันนี้ความดีของยายได้รับการประกาศให้สังคมรับรู้แล้ว
จากเด็กชายโอ หลานยายภารโรงที่เคยไม่มีอะไร วันนี้ผมสามารถยืนอยู่ได้ด้วยคำสอนของยาย
ผมอาจไม่ได้ร่ำรวยมากมาย แต่วันนี้ผมพอมีพอกิน มีครอบครัวที่อบอุ่น มีงาน มีธุรกิจ และยังสามารถสร้างโอกาสให้คนอื่นได้
ทุกครั้งที่ผมท้อ ผมยังจำคำยายได้ว่า ‘ท้อได้ แต่ถ้าท้อแล้ว พรุ่งนี้เราจะมีกินไหม’
ทุกครั้งที่ผมล้ม ผมยังจำได้ว่ายายสอนว่า ‘คนเราล้มได้ แต่ต้องลุกให้เป็น’
เงินเดือน 600 บาทของยายในวันนั้น อาจเป็นเงินจำนวนไม่มากในสายตาของคนอื่น แต่สำหรับผม มันคือเงินที่หล่อเลี้ยงชีวิต และหัวใจของยายคือทุนก้อนแรกที่ทำให้ผมมีวันนี้
รางวัลนี้ไม่ใช่รางวัลของผม แต่เป็นรางวัลของยาย เป็นรางวัลของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งสร้างคนขึ้นมาด้วยความรัก ความอดทน และความเสียสละ
หลับให้สบายนะยาย วันนี้สังคมได้ประจักษ์แล้วว่า ยายสร้างคนคนหนึ่งขึ้นมาได้จริง ๆ”
ฝากถึงคนที่กำลังท้อแท้กับคำว่า “ความจน”
สำหรับใครที่กำลังนั่งท้อ กำลังรู้สึกว่าตนเองไม่มีต้นทุน ไม่มีโอกาส หรือคิดว่าชีวิตคงไปได้ไม่ไกลเพราะเกิดมาในครอบครัวยากจน เรื่องราวของอาจารย์เดชคือหนึ่งในคำตอบว่า จุดเริ่มต้นที่ยากลำบาก ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะต้องจบลงด้วยความล้มเหลว
ความจนทำให้เราไม่มีความสะดวกได้
แต่ความจนไม่สามารถห้ามเราเรียนรู้ได้
ความจนทำให้เราเดินช้ากว่าคนอื่นได้
แต่ความจนไม่สามารถห้ามเราเดินต่อได้
ความจนพรากทรัพย์สินบางอย่างจากเราได้
แต่ไม่สามารถพรากความฝัน ความพยายาม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไปจากเราได้
บางคนมีถนนลาดยางให้เดิน
บางคนมีเพียงทางลูกรัง
บางคนมีคนคอยพยุง
บางคนต้องคลานขึ้นมาด้วยตนเอง
แต่ไม่ว่าจะเริ่มต้นบนเส้นทางแบบใด สิ่งสำคัญคือเรายังเลือกได้ว่า จะหยุดอยู่กับความสงสารตัวเอง หรือจะค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าด้วยสิ่งที่เรามี
วันนี้ อาจารย์เดช ในวัย 47 ปี ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ชีวิตของคนที่ต่อสู้อย่างจริงจัง อาจไม่ได้สำเร็จในวันแรก อาจต้องล้มหลายครั้ง และอาจต้องใช้เวลานานกว่าคนอื่น แต่เมื่อไม่หยุดเดิน ความสำเร็จย่อมมีวันที่เดินมาพบเรา
ไม่มีความฝันใดทรยศคนที่สู้เพื่อมันอย่างแท้จริง
คนเราไม่ได้แพ้เพราะเกิดมาจน แต่จะแพ้ก็ต่อเมื่อยอมให้ความจนหยุดความพยายามของเรา
วันนี้อาจยังไม่ใช่วันของเรา แต่ตราบใดที่ยังลุกขึ้นสู้ พรุ่งนี้ก็ยังมีโอกาสเป็นของเราเสมอ
บทสรุปของชีวิตยายภารโรงและหลานชาย
เรื่องราวของยายพร สมบูรณ์ และเด็กชายโอ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นบทเรียนสำหรับสังคมว่า อย่าตัดสินอนาคตของเด็กจากฐานะของครอบครัว อย่าดูแคลนผู้เลี้ยงดูเพียงเพราะอาชีพหรือระดับการศึกษา และอย่าตัดสินคุณค่าของมนุษย์จากสิ่งที่มองเห็นเพียงภายนอก
ภารโรงคนหนึ่งอาจไม่มีตำแหน่งใหญ่โต แต่สามารถสร้างคนที่มีคุณค่าต่อสังคมได้
เงินเดือน 600 บาทอาจซื้อความสะดวกสบายไม่ได้มากนัก แต่ความรักของยายสามารถซื้ออนาคตให้เด็กคนหนึ่งได้ด้วยการสอนให้เขารู้จักสู้
เด็กยากจนในวันนั้น วันนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นผู้บริหาร เป็นนักธุรกิจ เป็นนักกฎหมาย เป็นครูเพลง เป็นเจ้าของสื่อ และเป็นหัวหน้าครอบครัวที่อบอุ่น
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะเขาไม่เคยล้ม แต่เพราะทุกครั้งที่ล้ม เขาจำได้ว่ายายเคยสอนให้ลุกขึ้นมา
วันนี้สังคมได้ประจักษ์แล้วว่า
ยายภารโรงก็สามารถสร้างคนดีให้แก่สังคมได้
และเด็กที่เคยเดินมาบนถนนลูกรัง ก็สามารถเดินไปถึงเส้นทางแห่งความสำเร็จได้เช่นกัน ตราบใดที่เขายังไม่หยุดสู้
เรียบเรียงและเผยแพร่โดย
หนังสือพิมพ์รายวัน พีทีเอ นิวส์
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
บริษัท พีทีเอ บิสสิเนส ลอร์ โพรเทคชั่น กรุ๊ป จำกัด
เว็บไซต์: www.ptanewnetwork.com
Facebook: [สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์คออนไลน์]
ติดต่อกองบรรณาธิการ:062287614 0622287641
หมายเหตุสำหรับก่อนเผยแพร่: โปรดเติมเว็บไซต์ ช่องทางติดต่อ และตรวจสอบการสะกดชื่อ–ตำแหน่งของผู้มอบรางวัลจากเอกสารทางการอีกครั้ง เพื่อให้ข่าวฉบับนี้ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด
ข่าวเด่น 29 กรกฏาคม2569
ข่าวเด่นประจำวันที่ 29 กรกฎาคม 2569
จากกรณีครอบครัวและแฟนคลับร่วมกันประกาศตามหา “ฮลุน โซโล่” หรือ Hlun Solo ยูทูบเบอร์และครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวชาวไทย หลังเจ้าตัวเดินทางไปประเทศจอร์เจียเพียงลำพังเพื่อถ่ายทำเนื้อหา และขาดการติดต่อกับครอบครัวตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ล่าสุดมีรายงานจากสื่อในประเทศจอร์เจียว่า พบเจ้าตัวเสียชีวิตแล้วภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า เจ้าหน้าที่พบร่างของฮลุนภายในโรงแรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจอร์เจียอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินกระบวนการพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอให้สรุปว่าสาเหตุเกิดจากอุบัติเหตุ ปัญหาสุขภาพ การกระทำของบุคคลอื่น หรือเหตุอื่นใด
ก่อนหน้านี้ ครอบครัวเปิดเผยว่า ติดต่อกับฮลุนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 หลังเขาเดินทางไปจอร์เจียเพื่อถ่ายทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวเพียงลำพัง จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ทั้งทางโทรศัพท์และช่องทางออนไลน์ ทำให้ครอบครัวต้องขอความช่วยเหลือจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงขอให้คนไทยในจอร์เจียและผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ช่วยกันแจ้งเบาะแส
ข่าวการหายตัวได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนและผู้ติดตาม เนื่องจากฮลุนเป็นที่รู้จักจากการเดินทางแบบแบกเป้คนเดียวไปยังหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงพื้นที่ที่เข้าถึงยากและมีความเสี่ยง เขาถ่ายทอดวิถีชีวิต ผู้คน และประสบการณ์การเดินทางผ่านช่องทางออนไลน์ จนมีผู้ติดตามจำนวนมาก
ฮลุนมีชื่อเสียงจากแนวทางการนำเสนอที่เรียบง่าย กล้าหาญ และเข้าถึงผู้คนในพื้นที่จริง อีกทั้งยังมีเรื่องราวชีวิตที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยเติบโตมากับครอบครัวในจังหวัดกาฬสินธุ์ ผ่านการทำงานหลายรูปแบบเพื่อหาเงินเรียน ก่อนสอบชิงทุนและสำเร็จการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วจึงเดินตามความฝันด้วยการเป็นนักเดินทางและผู้สร้างเนื้อหาเต็มตัว
หลังมีรายงานยืนยันการเสียชีวิต บรรดาเพื่อนร่วมวงการ ครีเอเตอร์ แฟนคลับ และประชาชนจำนวนมากต่างร่วมแสดงความอาลัย พร้อมส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของฮลุน ซึ่งต้องเผชิญกับการสูญเสียอย่างกะทันหัน หลังจากรอคอยข่าวคราวของเขามานานหลายสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว พีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ขอเน้นย้ำว่า ขณะนี้รายละเอียดเกี่ยวกับวันและเวลาที่เสียชีวิต สภาพภายในห้องพัก ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และสาเหตุการเสียชีวิต ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จอร์เจีย จึงไม่ควรนำข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันไปเชื่อมโยงหรือคาดเดาว่าเป็นคดีอาชญากรรม
ขั้นตอนต่อจากนี้ คาดว่าหน่วยงานทางการไทยจะประสานกับเจ้าหน้าที่จอร์เจีย เพื่อยืนยันอัตลักษณ์ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ผลการชันสูตร และการดำเนินการนำร่างกลับประเทศไทยตามความประสงค์ของครอบครัว โดยต้องรอรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง
สำนักข่าว พีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว ญาติ เพื่อน และผู้ติดตามของ “ฮลุน โซโล่” พร้อมขอให้สังคมเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัว และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพร่างผู้เสียชีวิตหรือข้อมูลที่อาจกระทบต่อศักดิ์ศรีของผู้จากไป
#ฮลุนโซโล่
#HlunSolo
#ยูทูบเบอร์ไทย
#ครีเอเตอร์สายท่องเที่ยว
#จอร์เจีย
#กรุงทบิลิซี
#พบผู้เสียชีวิต
#ข่าวต่างประเทศ
#พีทีเอนิวส์
#ข่าวจริงเที่ยงตรงเพื่อประชาชน
คืบหน้ากรณี “ฮลุน โซโล่” เสียชีวิตในจอร์เจีย ทูตไทยเร่งประสานหาสาเหตุ–ช่วยครอบครัวนำร่างกลับประเทศ
คืบหน้ากรณี “ฮลุน โซโล่” เสียชีวิตในจอร์เจีย ทูตไทยเร่งประสานหาสาเหตุ–ช่วยครอบครัวนำร่างกลับประเทศ
PTA News Network Thailand | ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน
กรุงเทพมหานคร – อัปเดตเวลา 10.25 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2569
ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ “ฮลุน โซโล่” ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาสายท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งถูกพบเสียชีวิตภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย หลังครอบครัวขาดการติดต่อเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ล่าสุดหน่วยงานของไทยได้เร่งประสานทางการจอร์เจีย เพื่อติดตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างใกล้ชิด
กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ได้รับรายงานการเสียชีวิตแล้ว พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยเดินทางไปยังประเทศจอร์เจีย เพื่อประสานกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง รวมทั้งดำเนินการด้านเอกสารและช่วยเหลือครอบครัวตามกระบวนการกงสุล
เร่งติดตามผลสอบสวนและผลตรวจทางนิติเวช
ขณะนี้ประเด็นสำคัญที่ยังต้องรอคำตอบอย่างเป็นทางการ คือ ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชและสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่จอร์เจียอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายของประเทศ
ส่วนข้อมูลหรือข้อความที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตนั้น ยังไม่ควรนำไปสรุปว่าเป็นข้อเท็จจริง เนื่องจากยังไม่มีผลชันสูตรหรือคำแถลงอย่างเป็นทางการจากตำรวจจอร์เจียมายืนยัน
กระทรวงการต่างประเทศระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ไทยจะติดตามผลการสอบสวนจากทางการจอร์เจียอย่างต่อเนื่อง และพร้อมประสานการนำร่างกลับประเทศไทยตามความประสงค์ของครอบครัว
ทรัพย์สินยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามขั้นตอน
สำหรับประเด็นทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เสียชีวิต มีรายงานเบื้องต้นว่าทางการอยู่ระหว่างรวบรวม ตรวจสอบ และส่งมอบตามกระบวนการ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล หรือทรัพย์สินรายการอื่น ควรรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่และครอบครัวอีกครั้ง เพื่อป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน
จากการตามหาสู่ข่าวเศร้าของครอบครัว
ก่อนหน้านี้ ครอบครัวประกาศขอความช่วยเหลือติดตามตัวฮลุน หลังขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ระหว่างเดินทางไปถ่ายทำเนื้อหาในประเทศจอร์เจียเพียงลำพัง โดยมีการประสานทั้งสถานทูต ทางการจอร์เจีย และคนไทยในพื้นที่ให้ช่วยค้นหา กระทั่งได้รับการยืนยันภายหลังว่าพบร่างภายในโรงแรมที่กรุงทบิลิซี
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเศร้าเสียใจแก่ครอบครัว ผู้ติดตาม และผู้ที่ชื่นชอบผลงานของฮลุน ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลและถ่ายทอดวิถีชีวิตของผู้คนในหลายประเทศ
พีทีเอ นิวส์ ย้ำอย่าเพิ่งด่วนสรุปสาเหตุ
กองบรรณาธิการสำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์คออนไลน์ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพร่าง ข้อมูลส่วนตัว ตลอดจนข้อสันนิษฐานที่อาจสร้างความเสียหายหรือกระทบกระเทือนจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิต
ในขณะนี้จึงสามารถยืนยันได้เพียงว่า พบฮลุนเสียชีวิตในประเทศจอร์เจีย และหน่วยงานไทยกำลังประสานติดตามผลสอบสวนและดำเนินการนำร่างกลับประเทศไทย ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังต้องรอผลตรวจและคำยืนยันอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์คออนไลน์ จะติดตามความคืบหน้า โดยเฉพาะผลชันสูตร การส่งมอบทรัพย์สิน และกำหนดการนำร่างกลับประเทศไทย เพื่อนำเสนอข้อมูลแก่ประชาชนต่อไป
อัปเดตข่าวล่าสุด เวลา 10.25 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2569
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์คออนไลน์
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน
#ฮลุนโซโล่ #HlunSolo #ฮลุนเสียชีวิต #ฮลุนจอร์เจีย #ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว #จอร์เจีย #กรุงทบิลิซี #กระทรวงการต่างประเทศ #สถานทูตไทย #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด #ข่าวต่างประเทศ #พีทีเอนิวส์ #PTANewsNetwork
ตีแผ่ข่าวร้อน แฟลชไดรฟ์ปริศนา จุดเปลี่ยนคดีสอบท้องถิ่น? คำชี้แจง "ทำตาม TOR" จะเพียงพอหรือไม่ PTA News Network Thailand
ตีแผ่ข่าวร้อน แฟลชไดรฟ์ปริศนา จุดเปลี่ยนคดีสอบท้องถิ่น? คำชี้แจง "ทำตาม TOR" จะเพียงพอหรือไม่ PTA News Network Thailand |
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน 31 กรกฎาคม 2569 คดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมผู้เกี่ยวข้องรวม 5 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ปากคำในคดีที่สังคมจับตา ประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ การยอมรับว่ามีการนำ แฟลชไดรฟ์ ไปส่งให้บุคคลที่ถูกระบุชื่อว่า "วิน" จริง แต่ผู้ให้ปากคำยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตาม ข้อกำหนดขอบเขตงาน (TOR) ของโครงการจัดสอบ และปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อสอบหรือการทุจริต อย่างไรก็ตาม คำถามที่สังคมกำลังรอคำตอบ ไม่ใช่เพียงว่า "มีการส่งแฟลชไดรฟ์หรือไม่" แต่คือ แฟลชไดรฟ์ดังกล่าวบรรจุข้อมูลอะไร ใครเป็นผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลภายใน การส่งมอบเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ทุกประการหรือไม่ TOR ให้อำนาจส่งข้อมูลในลักษณะดังกล่าวจริงหรือเพียงบางส่วน หลังส่งมอบแล้ว มีการแก้ไข คัดลอก หรือเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ คำถามเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญที่พนักงานสอบสวนต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐาน ทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เอกสาร และพยานบุคคล ไม่ใช่อาศัยเพียงคำให้การของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในทางกฎหมาย การอ้างว่าได้ปฏิบัติตาม TOR ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นจากความรับผิดโดยอัตโนมัติ หากภายหลังพบว่าการดำเนินการดังกล่าวขัดต่อระเบียบ หรือมีการใช้ข้อมูลไปในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ขณะเดียวกัน หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบอย่างถูกต้อง ก็ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลสามารถรับฟังได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือ คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ประเด็นที่สังคมควรติดตาม ผลการตรวจพิสูจน์ข้อมูลภายในแฟลชไดรฟ์ เนื้อหาและขอบเขตอำนาจตาม TOR ที่เกี่ยวข้อง พยานหลักฐานดิจิทัลที่ตำรวจรวบรวมได้ ความเห็นของพนักงานอัยการหลังสำนวนเสร็จสิ้น ผลการพิจารณาของศาลในอนาคต คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตรวจสอบบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ยังเป็นบททดสอบความโปร่งใสของระบบการสอบแข่งขันภาครัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการคัดเลือกบุคลากรของประเทศ หมายเหตุ: ข่าวนี้นำเสนอจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักกฎหมาย จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และการวิเคราะห์ข้างต้นเป็นการตั้งข้อสังเกตเชิงข่าว มิใช่การชี้ว่าบุคคลใดกระทำความผิด.
SEO (Meta Description)
แฟลชไดรฟ์ปริศนา จุดเปลี่ยนคดีสอบท้องถิ่น? เปิดประเด็นคำชี้แจง "ทำตาม TOR" เพียงพอหรือไม่ วิเคราะห์ข้อกฎหมาย ประเด็นพยานหลักฐาน และคำถามที่สังคมรอคำตอบ ในคดีทุจริตสอบท้องถิ่น โดย PTA News Network Thailand ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน
คีย์เวิร์ด SEO
แฟลชไดรฟ์ปริศนา
คดีสอบท้องถิ่น
ทุจริตสอบท้องถิ่น
สอบท้องถิ่น 2569
มศว
TOR
ตำรวจสอบสวนกลาง
CIB
ข่าวทุจริต
ข่าวการเมือง
ข่าวอาชญากรรม
ข่าววันนี้
PTA News Network Thailand
แฮชแท็ก #แฟลชไดรฟ์ปริศนา #คดีสอบท้องถิ่น #ทุจริตสอบท้องถิ่น #สอบท้องถิ่น2569 #มศว #TOR #ตำรวจสอบสวนกลาง #CIB #ข่าวด่วน #ข่าวร้อน #ตีแผ่ข่าวร้อน #วิเคราะห์ข่าว #ข่าวการเมือง #ข่าวอาชญากรรม #ตรวจสอบข้อเท็จจริง #ความโปร่งใส #ข้าราชการท้องถิ่น #PTANews #PTANewsNetwork #PTANewsNetworkThailand #สำนักข่าวพีทีเอนิวส์เน็ตเวิร์ค #ข่าวจริงเที่ยงตรงเพื่อประชาชน #ข่าววันนี้ #ThailandNews #BreakingNews. รูปหัวข้อข่าว3:4 มืออาชีพ

