www.ptanewnetwork.comสำนักข่าวพีทีเอนิวส์ เน็ตเวิร์คออนไลน์ 

www.ptanewnetwork.comสำนักข่าวพีทีเอนิวส์ เน็ตเวิร์คออนไลน์ 

เมนู

ข่าวจังหวัดแพร่ 

30 Aug 2026

พีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน🔴 ข่าวรอบเมืองแพร่ 

ข่าวรอบเมืองจังหวัดแพร่ พีทีเอนิวส์

ข่าวรอบเมืองจังหวัดแพร่ พีทีเอนิวส์

พีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่

ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน


🔴 ข่าวรอบเมืองแพร่ | เช้าวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569

“แพร่” ยังต้องจับตาฝนหนัก–น้ำป่า! เฝ้าระวังถึง 2 ก.ย.

เมืองแพร่เร่งเปิดทางน้ำ ขณะมาตรการถนน–ยาเสพติดเดินหน้าต่อ


แพร่ | 31 สิงหาคม 2569


พีทีเอ นิวส์ เกาะติดสถานการณ์สำคัญทั่วจังหวัดแพร่ เช้าวันนี้ โดยประเด็นที่ประชาชนต้องติดตามเป็นอันดับแรก คือ “ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน” หลังหน่วยงานด้านน้ำและอุตุนิยมวิทยายังคงกำหนดให้จังหวัดแพร่อยู่ในกลุ่มพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม–2 กันยายน 2569


🔴 ข่าวนำ — แพร่ยังอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่า


สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยจังหวัดแพร่เป็นหนึ่งในจังหวัดภาคเหนือที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง


ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน ซึ่งมีผลกระทบจนถึงวันที่ 2 กันยายน 2569


สถานการณ์ดังกล่าวทำให้พื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่รับน้ำ ลำห้วยขนาดเล็ก รวมถึงชุมชนริมทางน้ำในจังหวัดแพร่ยังไม่ควรประมาท


โดยเฉพาะหากพื้นที่ต้นน้ำมีฝนตกสะสมต่อเนื่อง ระดับน้ำในลำห้วยสามารถเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แม้พื้นที่ปลายน้ำจะยังไม่มีฝนตกหนักก็ตาม


🌊 “แม่น้ำยม” ยังเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ต้องเฝ้าดู


เส้นทางแม่น้ำยมเข้าสู่จังหวัดแพร่ทางอำเภอสอง ก่อนเคลื่อนผ่านพื้นที่หนองม่วงไข่ เมืองแพร่ สูงเม่น เด่นชัย และเข้าสู่ช่วงหุบเขาในอำเภอลองและวังชิ้น ก่อนออกจากจังหวัดแพร่ลงสู่จังหวัดสุโขทัย


ดังนั้น หากมีฝนตกหนักบริเวณต้นน้ำ สิ่งที่ต้องติดตามไม่ใช่เฉพาะปริมาณฝนในตัวเมืองแพร่ แต่ต้องดูระดับน้ำจากพื้นที่ตอนบนประกอบด้วย


ประชาชนริมแม่น้ำยมและลำน้ำสาขาควรติดตามระดับน้ำเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนซึ่งการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำทำได้ยากกว่ากลางวัน


🔴 เมืองแพร่ขยับรับมือ — สำรวจ 3 จุด เตรียมเปิดทางน้ำ


ความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 สำนักงานชลประทานจังหวัดแพร่ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านถิ่น ลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำและลำห้วยสำคัญจำนวน 3 จุด ในพื้นที่ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมืองแพร่


เป้าหมายคือเตรียมขุดลอก กำจัดวัชพืช และนำสิ่งกีดขวางทางน้ำออก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน


การดำเนินการดังกล่าวมีความสำคัญในช่วงที่จังหวัดยังต้องรับมือฝนระลอกใหม่ เพราะหากลำคลองและลำห้วยมีสิ่งกีดขวาง เมื่อมีน้ำจำนวนมากไหลเข้าพื้นที่ อาจทำให้การระบายล่าช้าและเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าสู่ชุมชนได้


🚨 อุบัติเหตุ — จังหวัดเข้มจุดเสี่ยงทั่วแพร่


อีกเรื่องสำคัญคือมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน


เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม จังหวัดแพร่เดินหน้าวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและกำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงและบริเวณจุดตัดทางรถไฟ


ในช่วงฝนตก ถนนเปียก ทัศนวิสัยลดลง ผู้ใช้รถควรลดความเร็วและเพิ่มระยะห่าง โดยเฉพาะถนนระหว่างอำเภอและเส้นทางภูเขา


🚔 ยาเสพติด — “Operation 90 Days” ยังเดินหน้าครบ 8 อำเภอ


จังหวัดแพร่ยังอยู่ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “Operation 90 Days” ซึ่งกำหนดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ


มาตรการครอบคลุมทั้งการป้องกัน ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด การตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายเชิงลึก และการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู


ดังนั้นช่วงเดือนกันยายนซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปฏิบัติการ ยังต้องจับตาผลการระดมกวาดล้างและการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในจังหวัดแพร่ต่อเนื่อง


📌 สรุปสถานการณ์เช้าวันนี้


ประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับคนแพร่ยังเป็น “ฝนและน้ำ”


ขณะตรวจสอบข่าวเช้าวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พีทีเอ นิวส์ยังไม่พบข้อมูลยืนยันจากแหล่งทางการถึงเหตุอาชญากรรมขนาดใหญ่หรืออุบัติเหตุร้ายแรงรายใหม่ที่เกิดขึ้นในจังหวัดแพร่เช้าวันนี้ จึงไม่นำข่าวเก่ามาเสนอเป็นเหตุการณ์สด


แต่จังหวัดแพร่ยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันถึงวันที่ 2 กันยายน


ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศของทางราชการอย่างใกล้ชิด หากพบระดับน้ำเพิ่มรวดเร็ว น้ำเปลี่ยนสี มีเศษกิ่งไม้ไหลมากับกระแสน้ำ หรือได้ยินเสียงผิดปกติจากพื้นที่ต้นน้ำ ควรออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมลำห้วยโดยเร็ว


พีทีเอ นิวส์ จะเกาะติดทั้ง 8 อำเภอ

เมืองแพร่ • สูงเม่น • เด่นชัย • ลอง • วังชิ้น • ร้องกวาง • สอง • หนองม่วงไข่


โดยเฉพาะข่าวน้ำ อุบัติเหตุ อาชญากรรม ยาเสพติด และเหตุฉุกเฉินที่มีผลกระทบต่อประชาชน


สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่

ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน


31 สิงหาคม 2569


แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส

โทร. 062-228-7614, 062-228-7641

LINE : song67000

www.ptanewnetwork.com


#แพร่ #จังหวัดแพร่ #ข่าวแพร่ #เมืองแพร่ #ข่าวเมืองแพร่

#แพร่วันนี้ #ข่าวแพร่วันนี้ #แม่น้ำยม #น้ำยม #น้ำท่วมแพร่

#ฝนตกหนัก #น้ำป่าไหลหลาก #น้ำท่วมฉับพลัน #เตือนภัย

#อุบัติเหตุ #ยาเสพติด #ข่าวภาคเหนือ #ข่าววันนี้

#ข่าวด่วน #ข่าวล่าสุด #ข่าวออนไลน์ #เกาะข่าวเด่น

#พีทีเอนิวส์ #PTANewsNetwork

30 Aug 2026

💥 “ม้าคะนองศึก” แพร่ ยูไนเต็ด ประกาศศักดา! เปิดตัวลุยไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/2027ชู “ผ้าเมืองแพร่” สู่ชุดแข่ง 3 แบบ 

ข่าวรอบเมืองแพร่ 30สิงหาคม 2569

ข่าวรอบเมืองแพร่ 30สิงหาคม 2569

💥 “ม้าคะนองศึก” แพร่ ยูไนเต็ด ประกาศศักดา! เปิดตัวลุยไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/2027 ชู “ผ้าเมืองแพร่” สู่ชุดแข่ง 3 แบบ ตั้งเป้าพาทีมทะยานสู่ไทยลีก 1

ข่าวรอบเมืองแพร่ | ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
วันที่ 30 สิงหาคม 2569

แพร่ – “ม้าคะนองศึก” แพร่ ยูไนเต็ด พร้อมแล้วสำหรับการออกศึกฤดูกาลใหม่ หลังสโมสรจัดงานเปิดตัวทีม นักฟุตบอล และชุดแข่งขันประจำฤดูกาล 2026/2027 อย่างเป็นทางการ ณ สนามห้วยม้า สเตเดี้ยม อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ พร้อมประกาศเป้าหมายสำคัญของฤดูกาล คือการต่อสู้อย่างเต็มกำลังเพื่อพาสโมสรเลื่อนชั้นขึ้นสู่ ไทยลีก 1

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องฟุตบอล แต่ยังนำ “ตัวตนของเมืองแพร่” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอย่างชัดเจน ด้วยการนำลวดลายผ้าพื้นเมือง ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัด มาถ่ายทอดลงบนชุดแข่งขันทั้ง 3 แบบ เปรียบเสมือนการนำเรื่องราวของเมืองแพร่ติดตัวนักฟุตบอลลงไปต่อสู้ในทุกสนามทั่วประเทศ

งานเปิดตัวนำโดย นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือ “แม่เลี้ยงติ๊ก” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาสโมสรฟุตบอลแพร่ ยูไนเต็ด พร้อมด้วย นายพงศ์สวัสดิ์ ศุภศิริ ประธานสโมสร, นายชนาธิป ศุภศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต 2 และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดแพร่ รวมถึง นางศุภวัลย์ ศุภศิริ ผู้จัดการทีม ตลอดจนคณะผู้บริหาร สตาฟฟ์โค้ช และนักฟุตบอลของสโมสร

โดยฝ่ายบริหารประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า ฤดูกาลนี้พร้อมทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดัน “ม้าคะนองศึก” ให้ก้าวไปถึงเป้าหมายสำคัญ คือ การเลื่อนชั้นขึ้นไปแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1

ขณะเดียวกัน นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้เดินทางมาร่วมงาน พบปะ และให้กำลังใจแก่คณะผู้บริหาร สตาฟฟ์โค้ช และนักกีฬา พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันสร้างผลงานที่ดีที่สุด เพื่อนำชื่อเสียงและความภาคภูมิใจกลับมาสู่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแพร่

จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ชุดเกราะของ “ม้าคะนองศึก”

หนึ่งในไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจภายในงาน คือการเปิดตัว ชุดแข่งขันฤดูกาล 2026/2027 จำนวน 3 แบบ ซึ่งแต่ละชุดไม่ได้ถูกออกแบบเพียงเพื่อความสวยงาม แต่มีแนวคิดเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และงานหัตถกรรมของคนเมืองแพร่

ชุดเหย้า (Home) มาในเสื้อสีแดงขลิบเขียว ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ลายหงส์คู่” ซึ่งเป็นลวดลายผ้าซิ่นตีนจกอันโดดเด่นของอำเภอลอง จังหวัดแพร่ สะท้อนรากเหง้าของงานทอผ้าพื้นเมืองที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ชุดเยือน (Away) ใช้แนวคิดจาก ผ้ามัดย้อมหม้อฮ่อม ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ นำลวดลายของงานผ้ามาจัดวางบนเสื้อสีขาว และตกแต่งด้วยแถบสีน้ำเงิน ทำให้ชุดแข่งขันมีทั้งความร่วมสมัยและกลิ่นอายของภูมิปัญญาเมืองแพร่

ส่วน ชุดที่ 3 (Third) ใช้สีครามหม้อห้อมเป็นองค์ประกอบสำคัญ พิมพ์ลาย “ม้าคะนองศึก” สีดำ พร้อมสอดแทรก ลายดอกสักสีขาว ซึ่งเชื่อมโยงกับเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดแพร่ ทั้งเรื่องผ้าหม้อห้อมและไม้สัก

จึงอาจกล่าวได้ว่า นักฟุตบอลแพร่ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ไม่ได้ลงสนามในฐานะตัวแทนของสโมสรเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำอัตลักษณ์ของเมืองแพร่ ทั้ง เมืองไม้สัก ผ้าหม้อห้อม และภูมิปัญญาผ้าทอพื้นเมือง ออกไปสู่สายตาแฟนฟุตบอลทั่วประเทศด้วย

เป้าหมายใหญ่ “ไทยลีก 1”

การประกาศเป้าหมายเลื่อนชั้นทำให้ฤดูกาล 2026/2027 เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าจับตามองอย่างมากสำหรับแฟนบอลเมืองแพร่ เพราะการแข่งขันในไทยลีก 2 ทุกคะแนนล้วนมีความหมายต่อเส้นทางสู่ลีกสูงสุด

นอกจากศักยภาพของนักฟุตบอลและการวางแผนของทีมงานแล้ว อีกหนึ่งพลังสำคัญคือเสียงสนับสนุนจากแฟนบอล “ม้าคะนองศึก” ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของสโมสรมาโดยตลอด โดยเฉพาะเกมในบ้าน ณ ห้วยม้า สเตเดี้ยม ที่กำลังจะกลับมาเป็นพื้นที่รวมพลังของคนเมืองแพร่อีกครั้ง

นัดแรก 6 กันยายน บุกถิ่น “นกใหญ่พิฆาต”

ภารกิจแรกของแพร่ ยูไนเต็ด กำลังจะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เมื่อทัพ “ม้าคะนองศึก” ต้องออกเดินทางไปเยือน “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล ณ สนามเขาพลอง สเตเดียม จังหวัดชัยนาท

เกมดังกล่าวถือเป็นบททดสอบแรกของฤดูกาล และเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความมั่นใจ หากแพร่ ยูไนเต็ดสามารถเก็บผลงานที่ดีจากเกมเยือนได้ จะเป็นการสร้างแรงส่งก่อนกลับมาต่อสู้ในโปรแกรมนัดต่อ ๆ ไป

จาก ลายหงส์คู่แห่งเมืองลอง หม้อฮ่อมแห่งทุ่งโฮ้ง ไปจนถึงลายดอกสัก วันนี้เรื่องราวและภูมิปัญญาของเมืองแพร่กำลังถูกนำขึ้นสู่สนามฟุตบอลอาชีพอีกครั้ง

ฤดูกาล 2026/2027 จึงไม่ใช่เพียงการเดินทางของนักฟุตบอล 11 คนในสนาม แต่เป็นการเดินทางของชื่อ “จังหวัดแพร่” ไปพร้อมกับทัพม้าคะนองศึก

เป้าหมายถูกประกาศแล้ว — “ไทยลีก 1”

จากนี้เหลือเพียงการพิสูจน์กันในสนามว่า “ม้าคะนองศึก” จะควบทะยานไปได้ไกลเพียงใดในฤดูกาลนี้

พีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ข่าวรอบเมืองแพร่ | ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน

แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส
โทร. 062-228-7614, 062-228-7641
LINE : song67000
www.ptanewnetwork.com

#แพร่ยูไนเต็ด #ม้าคะนองศึก #ไทยลีก2 #ไทยลีก1 #ฟุตบอลไทย #ฟุตบอลแพร่ #ข่าวแพร่ #ข่าวรอบเมืองแพร่ #เมืองแพร่ #ห้วยม้าสเตเดี้ยม #หม้อห้อมแพร่ #ทุ่งโฮ้ง #ผ้าตีนจกเมืองลอง #กีฬาแพร่ #ข่าวกีฬา #ข่าวออนไลน์ #พีทีเอนิวส์ #PTANewsNetwork

29 Aug 2026

ข่าวรอบเมืองแพร่ ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์

ข่าวรอบเมืองแพร่ ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน

จังหวัดแพร่เช้าวันนี้มีหลายประเด็นที่ประชาชนต้องติดตาม ทั้งสถานการณ์ฝนและน้ำ การปราบปรามยาเสพติด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนข่าวกีฬาเยาวชนในพื้นที่

แพร่เฝ้าระวังฝนหนัก–น้ำป่าไหลหลาก

ประเด็นสำคัญอันดับแรกคือสถานการณ์สภาพอากาศ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาเปิดศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทยตอนบน ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม–2 กันยายน 2569 เนื่องจากมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติระบุ จังหวัดแพร่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม–2 กันยายน จึงขอให้ประชาชนโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมลำน้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขาติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

สำหรับ แม่น้ำยม ยังคงเป็นลำน้ำสำคัญที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่อำเภอสองเข้าสู่อำเภอเมืองแพร่และพื้นที่ตอนล่าง ทั้งนี้ระดับน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝน จึงควรยึดข้อมูลสถานีตรวจวัดล่าสุดก่อนประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

เด่นชัยจับยา ซุกยาบ้าในสวนกล้วย

ด้านอาชญากรรมและยาเสพติด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเด่นชัยบูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจสถานีตำรวจภูธรห้วยไร่ เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายบริเวณ สวนกล้วย บ้านห้วยลากปืน หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

ปฏิบัติการเกิดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 58 เม็ด ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย โดยข่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569

คดีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดแพร่ ซึ่งยังอยู่ภายใต้ Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมถึง 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดแพร่ โดยดำเนินมาตรการทั้งด้านป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติด

แพร่เดินหน้าสร้าง “สถานประกอบกิจการสีขาว”

อีกความเคลื่อนไหวด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม จังหวัดแพร่เปิดการอบรมโครงการ “ส่งเสริมระบบการจัดการด้านยาเสพติดในสถานประกอบกิจการ” เพื่อสร้างเครือข่ายสถานประกอบกิจการสีขาว

มีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของหอการค้าจังหวัดแพร่และเครือข่ายรัฐวิสาหกิจสีขาวรวม 27 แห่ง เข้าร่วม โดยเน้นการสร้างความรู้เกี่ยวกับพิษภัยยาเสพติด การป้องกันปัญหาในสถานประกอบการ และแนวทางนำผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

คนแพร่ไม่ทิ้งคนน่าน ส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัย

ด้านสังคมและการช่วยเหลือประชาชน มีความเคลื่อนไหวภายใต้แนวคิด “คนแพร่ไม่ทิ้งคนน่าน” โดยเทศบาลเมืองแพร่นำสิ่งของอุปโภคบริโภคที่ได้รับจากน้ำใจประชาชนชาวแพร่ ส่งต่อไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอปัว เป็นอีกหนึ่งภาพของความร่วมมือระหว่างประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ

รถไฟเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ เดินหน้าก่อสร้าง

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีการติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟสาย เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ติดตามงานก่อสร้างช่วงเด่นชัย–งาว พร้อมเร่งรัดการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายเปิดเดินรถภายในปี 2571

โครงการนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อจังหวัดแพร่ เนื่องจากอำเภอเด่นชัยเป็นจุดเชื่อมต่อระบบรางสำคัญของภาคเหนือ และในอนาคตจะเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งไปยังเชียงรายและเชียงของ

ข่าวดีวงการกีฬาแพร่

ด้านกีฬาเยาวชน ทีมนักบาสเกตบอลหญิง โรงเรียนวิไลเกียรติอุปถัมภ์ อำเภอเด่นชัย คว้าตำแหน่งชนะเลิศการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลชิงชนะเลิศแห่งจังหวัดแพร่ ประจำปี 2569

การแข่งขันจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ สนามบาสเกตบอลเทศบาลตำบลเด่นชัย โดยทีมได้รับถ้วยรางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 2,000 บาท ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของนักกีฬาเยาวชนจังหวัดแพร่

สรุปประเด็นที่ต้องจับตาวันนี้

เช้าวันนี้ประชาชนจังหวัดแพร่ควรติดตาม ฝนตกหนักและสถานการณ์น้ำเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ใกล้แม่น้ำยม ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงเดินหน้ากวาดล้างยาเสพติดภายใต้ Operation 90 Days อย่างต่อเนื่อง

ส่วนด้านการพัฒนาจังหวัด โครงการรถไฟเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของยังเป็นโครงการใหญ่ที่ต้องจับตา ขณะที่ภาคประชาชนยังร่วมส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดใกล้เคียง และเยาวชนแพร่สร้างผลงานด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน

แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส
โทร. 062-228-7614, 062-228-7641
LINE : song67000
www.ptanewnetwork.com

#พีทีเอนิวส์ #PTANews #ข่าวรอบเมืองแพร่ #ข่าวแพร่ #จังหวัดแพร่ #ศูนย์ข่าวภาคเหนือ #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวยาเสพติด #เด่นชัย #แม่น้ำยม #ฝนหนัก #น้ำป่าไหลหลาก #ข่าวออนไลน์ #ข่าวด่วน #เกาะข่าวเด่น

ข่าวรอบเมืองแพร่ วันอาทิตย์ 30สิงหาคม พ.ศ.2569

ข่าวรอบเมืองแพร่ วันอาทิตย์ 30สิงหาคม พ.ศ.2569

24 Aug 2026

ข่าวเด่นรอบเมืองแพร่ ประจำเช้าวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569

📢 ข่าวเด่นรอบเมืองแพร่ | ศูนย์ข่าวภาคเหนือ พีทีเอ นิวส์

เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวของจังหวัดแพร่ รวบรวมประเด็นสำคัญที่ประชาชนควรรู้ ทั้งข่าวบ้านเมือง สถานการณ์ฝนและน้ำ ความปลอดภัยบนท้องถนน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กีฬา ตลอดจนเรื่องร้องเรียนและประเด็นสาธารณะที่อยู่ในความสนใจของชาวแพร่

วันนี้ติดตามสถานการณ์ ฝนและแม่น้ำยม พร้อมความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานในจังหวัด ประเด็น ถนนลอยฟ้าหมายเลข 1343 การติดตามข้อเท็จจริงกรณี รถดับเพลิงเทศบาลเมืองแพร่มูลค่าเกือบ 25 ล้านบาท การรณรงค์ สวมหมวกนิรภัย 100% รวมถึงข่าวกิจกรรม กีฬา และเรื่องราวสำคัญรอบเมืองแพร่

ทุกประเด็นนำเสนอโดยยึดข้อเท็จจริง แยกข้อมูลที่ยืนยันแล้วออกจากข้อกล่าวหาหรือประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรอบด้านและเป็นธรรม

🎙️ ดำเนินรายการโดย
อาจารย์เดช ครูเพลงบ้านนอก

📡 สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่

ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน

📞 แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส
062-228-7614, 062-228-7641
LINE ID : song67000
www.ptanewnetwork.com

#ข่าวเด่นรอบเมืองแพร่ #ข่าวแพร่ #จังหวัดแพร่ #พีทีเอนิวส์ #PTANews #PTANewsNetwork #ศูนย์ข่าวภาคเหนือ #อาจารย์เดช #ครูเพลงบ้านนอก #เกาะข่าวเด่น #ข่าวออนไลน์ #ข่าวด่วน #แม่น้ำยม #สถานการณ์น้ำ #ถนนลอยฟ้า1343 #ข่าวท้องถิ่น #ข่าวเพื่อประชาชน

24 Aug 2026
24 Aug 2026

ดาวโหลดแอปสำนักข่าวพีทีเอนิวส์

ดาวน์โหลดแอปข่าว พีทีเอนิวส์ สำหรับแอนดรอยฟรี!!

ดาวน์โหลดแอปข่าว พีทีเอนิวส์ สำหรับแอนดรอยฟรี!!

https://drive.google.com/file/d/1RN_IWKzP1e43ZGsGGV-j3Rnb2h-UDPpR/view?usp=drivesdk


กดปุ่มด้านบนเพื่อดาวน์โหลดไฟล์APK จากนั้นเปิดไฟล์และเลือกติดตั้ง หากโทรศัพท์แจ้งเตือน ให้เลือกอนุญาติการติดตั้งแอปจากแหล่งนี้

17 Aug 2026

จากเด็ก ป.4 ถึงสล่าลับมีดวัย 67 ปี“จิ่น ลือโฮ้ง” ชีวิตบนคมเหล็กแห่งบ้านหนองห้า จากสองมือของพ่อ 

จากเด็ก ป.4 ถึงสล่าลับมีดวัย 67 ปี


“จิ่น ลือโฮ้ง” ชีวิตบนคมเหล็กแห่งบ้านหนองห้า จากสองมือของพ่อ สู่สองมือที่ยังเลี้ยงครอบครัวและรักษาภูมิปัญญาเมืองแพร่


แพร่ — 17 สิงหาคม 2569

สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่


เช้าวันหนึ่งที่ กาดแลงบ้านถิ่น หมู่ 8 ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เสียงเครื่องเจียเหล็กดังสลับกับเสียงพูดคุยของชาวบ้าน คนเดินตลาดบางคนถือมีดทำครัว บางคนหิ้วพร้าที่ผ่านการใช้งานจนคมเริ่มทื่อ ก่อนเดินเข้ามาหาชายสูงวัยคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่กับอุปกรณ์ช่างคู่กาย


เขาคือ นายจิ่น ลือโฮ้ง อายุ 67 ปี ช่างลับมีดจากบ้านหนองห้า ตำบลแม่คำมี อำเภอเมืองแพร่ ผู้ซึ่งวันนี้ยังนำวิชาที่ได้รับจากพ่อเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษก่อน ออกตระเวนบริการคนในชุมชนต่าง ๆ ทั่วจังหวัดแพร่.


สำหรับคนทั่วไป มีดหนึ่งเล่มอาจเป็นเพียงเครื่องมือในครัว พร้าหนึ่งเล่มอาจเป็นเพียงอุปกรณ์ทำสวน


แต่สำหรับนายจิ่น เหล็กทุกชิ้นมีเรื่องราวของชีวิตซ่อนอยู่


มันคือค่าอาหาร

คือค่าเล่าเรียนของลูก

คืออาชีพของครอบครัว

และคือความรู้จากคนรุ่นพ่อที่เขายังไม่ยอมปล่อยให้สูญหายไปตามกาลเวลา


การศึกษาเพียง ป.4 แต่โรงเรียนชีวิตเริ่มตั้งแต่อายุ 12 ปี


ชีวิตของนายจิ่นไม่ได้เริ่มต้นด้วยโอกาสทางการศึกษาที่มากมาย


เขาเล่าว่าเรียนหนังสือถึงเพียง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพราะฐานะของครอบครัวไม่เอื้อให้เรียนต่อ และเมื่ออายุเพียง 12 ปี ก็เริ่มช่วยพ่อทำมีดและพร้าเพื่อขาย.


ในวัยที่เด็กจำนวนมากยังอยู่ในห้องเรียน เด็กชายจิ่นกลับต้องเรียนรู้จากกองไฟ เหล็ก ค้อน หินลับ และมือของพ่อ


การทำมีดไม่ใช่งานที่เรียนรู้เพียงดูครั้งสองครั้งแล้วทำได้


ช่างต้องรู้ว่าเหล็กชนิดใดเหมาะกับงานแบบไหน

ต้องรู้จังหวะการตี

ต้องดูรูปทรงของคม

ต้องกะน้ำหนัก

และต้องรู้ว่าคมแบบใดจึงเหมาะกับมีดทำครัว มีดสับ หรือพร้าสำหรับงานเกษตร


สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีตำราอยู่บนโต๊ะเรียนของนายจิ่น แต่ถูกถ่ายทอดด้วยการลงมือทำซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความชำนาญที่ติดตัวมาจนถึงวัย 67 ปี.


บ้านหนองห้า — หมู่บ้านที่คมมีดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต


นายจิ่นบอกว่า บ้านหนองห้า ตำบลแม่คำมี เป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงด้านการทำมีดพร้ามาแต่โบราณ ครอบครัวของเขาก็ทำมีดขายมาตั้งแต่รุ่นพ่อ.


ดังนั้น เรื่องของนายจิ่นจึงไม่ใช่เรื่องของคนหนึ่งคนเท่านั้น แต่สะท้อนอาชีพพื้นบ้านของชุมชนที่ครั้งหนึ่งต้องพึ่งพาการตีเหล็กและเครื่องมือทำกินอย่างมาก


ในสังคมเกษตรกรรม มีดและพร้าแทบไม่ต่างจากเครื่องจักรประจำบ้าน


ใช้ตัดหญ้า

ตัดไม้

ทำสวน

เตรียมอาหาร

และทำงานประจำวันอีกนับไม่ถ้วน


เมื่อของเหล่านี้ทื่อ คนในอดีตไม่ได้โยนทิ้งแล้วซื้อใหม่เหมือนวัฒนธรรมการบริโภคบางส่วนในปัจจุบัน แต่จะส่งให้ช่าง “เข่น” หรือแต่งคมกลับมาใช้อีกครั้ง


คำว่า “เข่น” ในภาษาที่ช่างใช้ จึงไม่ใช่แค่การเอามีดไปถูกับหินลับ แต่หมายถึงกระบวนการคืนชีวิตให้เครื่องมือเก่า


“ตี–เจีย–ลับ” สามขั้นตอนที่ดูง่าย แต่ต้องอาศัยฝีมือ


วิธีทำงานของนายจิ่นมีขั้นตอนหลัก 3 ขั้นตอน คือ


ตี — เจีย — ลับ


ก่อนอื่นต้องตรวจลักษณะของคม หากบิ่นหรือเสียรูปอาจต้องแต่งและตีให้ได้รูป จากนั้นจึงใช้เครื่องเจียช่วยปรับเนื้อเหล็ก ก่อนเข้าสู่การลับคมขั้นสุดท้าย.


ราคาค่าบริการที่นายจิ่นคิดอยู่ที่ประมาณ เล่มละ 50 บาท.


ตัวเลข 50 บาทอาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบัน แต่สำหรับอาชีพนี้ รายได้เกิดจากจำนวนมีดที่ชาวบ้านนำมาให้ และต้องแลกกับการเดินทาง น้ำมันรถ ค่าอุปกรณ์ รวมถึงแรงกายของคนวัย 67 ปี


เขาจึงไม่ได้รอให้ลูกค้ามาหาถึงบ้าน


แต่นำวิชาออกไปหาลูกค้าเอง


รถยนต์หนึ่งคัน กลายเป็น “ร้านช่างเคลื่อนที่”


นายจิ่นใช้รถยนต์ส่วนตัวบรรทุกอุปกรณ์ออกตระเวนไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดแพร่


แต่ละพื้นที่จะพักให้บริการประมาณ 2–3 วัน ก่อนเดินทางไปยังตำบลหรือชุมชนใหม่ และจะมีการบอกข่าวให้ชาวบ้านในพื้นที่ทราบล่วงหน้า.


ภาพดังกล่าวทำให้อาชีพเก่าแก่แบบช่างตีเหล็กปรับตัวเข้ากับโลกปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ


จากเดิมที่ลูกค้าต้องถือพร้าหรือมีดเดินทางไปหาช่าง วันนี้ช่างกลับเป็นฝ่ายขับรถเข้าไปหาลูกค้าถึงชุมชน


นี่อาจเรียกได้ว่าเป็น “ร้านลับมีดเคลื่อนที่” ในแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน


ไม่มีหน้าร้านหรู

ไม่มีระบบจองผ่านแอป

ไม่มีเครื่องจักรอัตโนมัติราคาแพง


มีเพียงรถหนึ่งคัน เครื่องมือ และความชำนาญที่สะสมมากว่าครึ่งชีวิต


เงินจากคมมีด ส่งลูกสาวเรียนจนจบปริญญา


หนึ่งในส่วนที่สะท้อนความหมายของอาชีพนี้มากที่สุด คือสิ่งที่นายจิ่นเล่าว่า รายได้จากการทำมีดพร้าและงานช่างช่วยให้เขาสามารถดูแลครอบครัว และ ส่งลูกสาวเรียนจนจบระดับปริญญาและมีงานทำแล้ว.


สำหรับคนเป็นพ่อที่เรียนจบเพียง ป.4 เรื่องนี้อาจมีความหมายมากกว่าคำว่า “ความสำเร็จ”


เพราะสิ่งที่เขาไม่มีโอกาสได้รับในวัยเด็ก เขาสามารถสร้างโอกาสนั้นให้ลูกได้ด้วยสองมือของตัวเอง


จากมือที่เคยจับค้อนตอนอายุ 12

กลายเป็นมือที่หาเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย


นี่คืออีกด้านหนึ่งของคำว่า “อาชีพสุจริต” ซึ่งบางครั้งไม่ได้วัดกันที่ตำแหน่งหรือรายได้สูง แต่ดูจากสิ่งที่อาชีพนั้นสามารถสร้างให้ครอบครัวได้


อายุ 67 ปี ทำไมยังไม่หยุด?


จากข้อมูลที่นายจิ่นให้ไว้ เขายังทำงานเพราะนี่เป็นทั้งอาชีพและความรู้ที่อยู่กับชีวิตมาตลอด


แม้อายุ 67 ปี เขายังคงขับรถออกไปตามชุมชนต่าง ๆ นำมีดพร้าที่บ้านหนองห้าผลิตไปขายควบคู่กับรับลับของเก่าให้กลับมาคมอีกครั้ง.


มองในอีกมุมหนึ่ง การทำงานของนายจิ่นไม่ได้มีแค่รายได้


ทุกครั้งที่เขาตั้งเครื่องลับมีดในตลาด ก็เท่ากับอาชีพดั้งเดิมของบ้านหนองห้ายังปรากฏอยู่ต่อหน้าคนรุ่นใหม่


เด็กบางคนอาจเคยเห็นเพียงเครื่องลับมีดไฟฟ้าในคลิปออนไลน์ แต่การได้เห็นช่างจริง ตรวจคมจริง แต่งเหล็กจริง เป็นการส่งต่อองค์ความรู้โดยไม่ต้องมีห้องเรียน


จาก “ซ่อมของเก่า” สู่บทเรียนเรื่องโลกปัจจุบัน


วิถีของนายจิ่นยังสะท้อนเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากขึ้นในยุคปัจจุบัน นั่นคือวัฒนธรรมของ “การซ่อมเพื่อใช้ต่อ”


เมื่อมีดทื่อ เขาไม่ได้บอกให้ลูกค้าทิ้ง


เมื่อพร้าใช้ไม่ดี เขาพยายามทำให้กลับมาใช้ได้


หลักคิดนี้เรียบง่าย แต่ต่างจากวัฒนธรรม “เสียแล้วซื้อใหม่” อย่างชัดเจน


หากมองในมิติของเศรษฐกิจครัวเรือน งานลับมีดช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือ


หากมองในมิติสิ่งแวดล้อม ก็ช่วยลดการทิ้งของที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ได้


และหากมองทางวัฒนธรรม นี่คือภูมิปัญญาที่อาศัยความเข้าใจวัสดุและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า


แพร่อาจไม่ได้มีแค่หม้อห้อม ไม้สัก และวัดเก่า


เมื่อพูดถึงจังหวัดแพร่ ภาพที่คนภายนอกนึกถึงมักเป็น ผ้าหม้อห้อม บ้านไม้สัก วัดวาอาราม และเมืองเก่า


แต่ในชุมชนเล็ก ๆ ยังมีอาชีพที่อาจไม่ปรากฏบนโปสเตอร์ท่องเที่ยว


มีช่างตีเหล็ก

ช่างไม้

ช่างจักสาน

ช่างทำเครื่องมือเกษตร

รวมถึงช่างลับมีดอย่างนายจิ่น


คนเหล่านี้คือ “คลังความรู้ที่มีชีวิต”


หากวันหนึ่งคนรุ่นนี้หยุดทำงาน และไม่มีผู้สืบทอด ความรู้จำนวนมากอาจไม่ได้สูญหายเพราะไม่มีคุณค่า แต่สูญหายเพราะไม่มีใครจดบันทึกและไม่มีคนเรียนต่อ


PTA มอง — สิ่งที่ควรเก็บไว้ไม่ใช่แค่มีด แต่คือ “วิชา”


เรื่องของนายจิ่นทำให้เกิดคำถามสำคัญต่อการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น


เราอาจนำมีดโบราณไปตั้งในพิพิธภัณฑ์ได้


แต่ถ้าไม่มีใครรู้ว่าต้องเลือกเหล็กอย่างไร

ตีอย่างไร

เจียอย่างไร

ลับอย่างไร

และดูคมมีดอย่างไร


สิ่งที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียงวัตถุ


ภูมิปัญญาที่แท้จริงอยู่ใน “มือของคนทำ”


ดังนั้น การอนุรักษ์อาชีพช่างพื้นบ้านอาจต้องไปไกลกว่าการจัดนิทรรศการ แต่ควรมีการบันทึกเทคนิค สัมภาษณ์ครูช่าง เปิดพื้นที่ให้เยาวชนทดลองเรียน และต่อยอดงานพื้นบ้านให้มีตลาดในยุคใหม่


เพราะคนอายุ 67 ปีไม่สามารถทำงานไปได้ตลอดชีวิต


แต่ความรู้ที่สะสมมา 55 ปี สามารถอยู่ต่อได้อีกหลายชั่วคน หากมีคนรับช่วง


เช้าวันนี้ที่กาดแลงบ้านถิ่น


เวลา 08.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายจิ่นยังนั่งอยู่กับเครื่องมือของเขาที่กาดแลงบ้านถิ่น ชาวบ้านทยอยนำมีดและพร้ามาให้ “เข่น” และเขามีกำหนดให้บริการในพื้นที่ต่อในวันถัดไปด้วย.


ภาพนั้นอาจไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ


ไม่มีขบวนรถ

ไม่มีพิธีเปิด

ไม่มีเวทีใหญ่


มีเพียงชายวัย 67 ปี กับเสียงเหล็กกระทบเครื่องมือ


แต่ในเสียงนั้นมีเรื่องราวกว่า 55 ปีของการทำงาน


จากเด็กชายที่ต้องออกจากโรงเรียนหลัง ป.4

สู่ช่างที่รับวิชาจากพ่อ

สู่หัวหน้าครอบครัวที่ใช้คมมีดส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย

และมาถึงวันนี้ ในฐานะคนหนึ่งที่ยังพาภูมิปัญญาของบ้านหนองห้าเดินทางไปตามตลาดและชุมชนของเมืองแพร่


บางทีคุณค่าของนายจิ่นไม่ได้อยู่ที่เขาสามารถลับมีดได้คมเพียงใด


แต่อยู่ที่ตลอดเวลาหลายสิบปี

เขาใช้สองมือทำให้ชีวิตของครอบครัว “ไม่เคยทื่อไปตามคมมีด”


และตราบใดที่เสียงเจียเหล็กของสล่าจิ่นยังดังอยู่

ภูมิปัญญาช่างพื้นบ้านของบ้านหนองห้า ก็ยังไม่เงียบหายไปจากเมืองแพร่


สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่

ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน


แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานราชการจังหวัดแพร่

โทร. 062-228-7614, 062-228-7641

LINE ID : song67000

www.ptanewnetwork.com


#PTANewsNetwork #พีทีเอนิวส์ #ข่าวแพร่ #จิ่นลือโฮ้ง #สล่าจิ่น #ช่างลับมีด #บ้านหนองห้า #แม่คำมี #ภูมิปัญญาท้องถิ่น #ภูมิปัญญาเมืองแพร่ #วิถีชุมชน #อาชีพสุจริต #คนสู้ชีวิต #ของดีเมืองแพร่ #ศูนย์ข่าวภาคเหนือจังหวัดแพร่

ข่าวแพร่,แพร่ข่าว,ข่าวจังหวัดแพร่,ข่าวรอบเมืองแพร่,แพร่ข่าวออนไลน์

ข่าวแพร่,แพร่ข่าว,ข่าวจังหวัดแพร่,ข่าวรอบเมืองแพร่,แพร่ข่าวออนไลน์

17 Aug 2026

คืบหน้าชาย19โพสขู่โรงเรียนดังจังหวัดแพร่

แพร่ข่าว,ข่าวแพร่,ข่าวเมืองแพร่,ทันข่าวแพร่,แพร่,สำนักข่าวแพร่

แพร่ข่าว,ข่าวแพร่,ข่าวเมืองแพร่,ทันข่าวแพร่,แพร่,สำนักข่าวแพร่

เจาะลึก! คลี่ปมโพสต์ขู่โรงเรียนดัง จังหวัดแพร่


พบตัวแล้ว “อดีตนักเรียนชายวัย 19 ปี” รับเป็นคนโพสต์เอง — ภาพปืนเอาจากอินเทอร์เน็ต ตำรวจไม่พบอาวุธจริง


แพร่ — 17 สิงหาคม 2569


กรณีข้อความข่มขู่ก่อเหตุรุนแรงภายใน โรงเรียนดังจังหวัดแพร่ ซึ่งสร้างความวิตกให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนในจังหวัดแพร่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แล้ว และข้อเท็จจริงหลายประเด็นเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น


จากการตรวจสอบข้อมูลหลายแหล่ง ทั้งหน่วยงานราชการ สื่อท้องถิ่น และสื่อระดับประเทศ พบตรงกันว่า ผู้โพสต์เป็น ชายอายุ 19 ปี ชาวอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ เป็นอดีตนักเรียนของโรงเรียนดังกล่าวในจังหวัดแพร่ และพ้นสภาพจากสถานศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2567 เจ้าตัวยอมรับต่อเจ้าหน้าที่ว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง.


จุดเริ่มต้น — ข้อความปรากฏวันที่ 12 สิงหาคม


เหตุเริ่มขึ้นช่วงเวลาประมาณ 15.56–16.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เมื่อบัญชีไลน์บัญชีหนึ่งเข้าไปโพสต์ใน LINE OpenChat ซึ่งมีทั้งนักเรียนปัจจุบันและศิษย์เก่าอยู่ในกลุ่ม


เนื้อหามีลักษณะข่มขู่ครู นักเรียน และบุคลากรของโรงเรียน พร้อมกล่าวถึงการใช้อาวุธปืนและการก่อเหตุรุนแรง โดยผู้โพสต์อ้างว่าตนมีความคับแค้นจากการเคยถูกกลั่นแกล้งและรังแกขณะเรียนอยู่ในโรงเรียน รวมทั้งมีข้อความที่สื่อถึงการทำร้ายตัวเองด้วย.


สิ่งที่สร้างความหวาดกลัวอย่างมากคือ ผู้โพสต์แนบ ภาพอาวุธปืน และกล่าวอ้างในข้อความว่ามีอาวุธและกระสุนอยู่จริง ทำให้สถานการณ์ในช่วงแรกต้องถูกประเมินในระดับที่อาจมีภัยคุกคามต่อชีวิตนักเรียนและครู ไม่สามารถมองว่าเป็นเพียงการเล่นหรือโพสต์ป่วนได้.


ตำรวจเมืองแพร่ยกระดับความปลอดภัยทันที


หลังได้รับข้อมูล พ.ต.อ.สุรชัย จันทรมณี ผกก.สภ.เมืองแพร่ สั่งชุดสืบสวนตรวจสอบเจ้าของบัญชี พร้อมส่งกำลังสายตรวจเข้าไปดูแลพื้นที่โรงเรียนและพื้นที่โดยรอบ


เช้าวันที่ 13 สิงหาคม มีตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส. และเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาร่วมกันรักษาความปลอดภัย พร้อมตรวจบุคคลและสัมภาระก่อนเข้าโรงเรียนอย่างเข้มงวดขึ้น.


โรงเรียนยังเปิดเรียนตามปกติ แต่เพิ่มมาตรการตรวจตรา โดยฝ่ายบริหารกำชับครูและบุคลากรไม่ให้ประมาทและให้เตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉินหากเกิดเหตุขึ้นจริง.


สืบจนรู้ตัว — เป็น “อดีตนักเรียน” ไม่ใช่บุคคลภายนอก


จุดพลิกสำคัญเกิดขึ้นหลังชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลออนไลน์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง


เจ้าหน้าที่พบว่า บุคคลที่เชื่อมโยงกับโพสต์ดังกล่าวคือ ชายวัย 19 ปี จากอำเภอร้องกวาง ซึ่งเคยเป็นนักเรียนของโรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ ก่อนพ้นสภาพจากโรงเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2567.


มีรายงานด้วยว่า ในช่วงที่ยังเป็นหรือหลังพ้นสภาพนักเรียน บุคคลดังกล่าวเคยมีพฤติกรรมสื่อสารทางออนไลน์เกี่ยวกับโรงเรียนหลายครั้ง ทั้งข้อความรบกวน เนื้อหาล้อเลียน กล่าวถึงโรงเรียนในเชิงลบ และข้อความในลักษณะข่มขู่ ซึ่งตำรวจนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการตรวจสอบ แต่ยังต้องแยกแต่ละเหตุการณ์ว่ามีองค์ประกอบความผิดหรือไม่.


เจ้าหน้าที่ไม่ได้ “บุกจับพร้อมปืน” — แต่เชิญตัวมาสอบ


ข้อมูลที่ต้องแก้ให้ชัด เพราะในโลกออนไลน์มีการใช้คำว่า “จับตัวได้แล้ว” จำนวนมาก คือ กระบวนการที่รายงานจากแหล่งข่าวที่ละเอียดที่สุดระบุว่า เจ้าหน้าที่ ติดตามพบตัวและเชิญตัวมาพูดคุยและสอบถามข้อมูล โดยมีทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองร่วมดำเนินการ


เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับครอบครัว ซึ่งให้ความร่วมมือ และยินยอมให้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่เกี่ยวข้อง.


ชายวัย 19 ปี ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความจริง.


ดังนั้น การใช้คำว่า “รวบ” ในพาดหัวของสื่อบางแห่งควรเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่พบตัวและนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบแล้ว แต่จากข้อมูลยืนยันล่าสุด ยังไม่ใช่การจับกุมพร้อมแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการตามที่บางโพสต์อาจทำให้เข้าใจ.


ปืนในภาพเป็นของจริงหรือไม่?


นี่คือประเด็นที่ประชาชนกังวลมากที่สุด และผลตรวจเบื้องต้นมีความชัดเจนแล้ว


เมื่อตรวจโทรศัพท์ของชายวัย 19 ปี เจ้าหน้าที่พบว่า ภาพอาวุธปืนที่ใช้ประกอบข้อความถูกนำมาจากสื่อสังคมออนไลน์หรือแหล่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่ภาพที่ยืนยันว่าเป็นปืนของเจ้าตัว.


ตำรวจยัง ไม่พบอาวุธปืนอยู่ในความครอบครองของชายรายดังกล่าว.


จึงแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากข้อความที่ผู้โพสต์กล่าวอ้างว่ามีปืนและกระสุนพร้อมก่อเหตุ


อย่างไรก็ตาม การไม่มีปืนจริงไม่ได้หมายความว่าการโพสต์ข่มขู่ไม่มีความสำคัญ เพราะข้อความลักษณะดังกล่าวสามารถสร้างความหวาดกลัวและทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังรับมือกับเหตุที่อาจเกิดขึ้นจริง


แล้วทำไมถึงโพสต์?


จากการสอบถามและข้อมูลในโทรศัพท์ พบข้อความจำนวนหนึ่งที่มีลักษณะ ระบายความไม่พอใจ ความคับแค้น และความรู้สึกต่อเหตุการณ์ในอดีต


ชายวัย 19 ปีอ้างว่า ขณะที่เรียนอยู่เคยถูก กลั่นแกล้งหรือบูลลี่จากรุ่นพี่ และมีความรู้สึกคับข้องใจกับประสบการณ์ดังกล่าว.


สื่อบางแห่งสรุปคำอธิบายของเจ้าตัวในลักษณะว่า ต้องการ “ล้างระบบ” หรืออยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ส่วนนี้เป็น คำกล่าวอ้างหรือการระบายความคิดของผู้โพสต์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วว่าโรงเรียนหรือบุคลากรคนใดเคยกระทำตามที่กล่าวหา.


จึงต้องแบ่งข้อมูลออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน


ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้: เขาเป็นอดีตนักเรียน อายุ 19 ปี และยอมรับว่าโพสต์ข้อความจริง


สิ่งที่ยังเป็นคำกล่าวอ้างของผู้โพสต์: การถูกกลั่นแกล้ง ถูกเอาเปรียบ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เขาระบุว่าเคยเกิดขึ้นในอดีต


จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการที่ยืนยันว่าบุคคลใดในโรงเรียนเป็นผู้กระทำการดังกล่าวกับเขาตามคำกล่าวอ้าง


เขามีความสัมพันธ์กับโรงเรียนอย่างไร?


ความสัมพันธ์ที่ยืนยันได้คือ เป็นอดีตนักเรียนของโรงเรียนดังจังหวัดแพร่


ไม่ได้มีข้อมูลยืนยันว่าเป็นบุคคลภายนอกที่มุ่งโจมตีโรงเรียนโดยไม่มีความเกี่ยวข้องมาก่อน และยังไม่พบหลักฐานสาธารณะที่ยืนยันว่าเขามีความขัดแย้งเฉพาะตัวกับครูหรือผู้บริหารคนใดคนหนึ่ง


สิ่งที่พบจากข้อความคือความไม่พอใจต่อประสบการณ์ที่เจ้าตัวกล่าวว่าเกิดขึ้นในช่วงที่เรียน รวมถึงความไม่พอใจต่อบุคคลบางกลุ่มและระบบของโรงเรียนในภาพรวม.


ผู้โพสต์เป็นใคร — เปิดชื่อได้หรือไม่?


สื่อบางแห่งเรียกชายคนดังกล่าวด้วย ชื่อเล่น และระบุว่าเป็นชายวัย 19 ปี ชาวอำเภอร้องกวาง.


อย่างไรก็ตาม สำหรับการรายงานข่าวของ PTA ไม่ควรเผยแพร่ชื่อ–นามสกุลเต็มหรือข้อมูลที่อยู่ของบุคคลดังกล่าวในขณะนี้ เนื่องจาก


หนึ่ง เขายังไม่ได้ถูกศาลพิพากษาว่ากระทำความผิด


สอง ข้อมูลล่าสุดยังอยู่ในขั้นตรวจสอบพยานหลักฐาน


และสาม การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเกินความจำเป็นไม่ได้ช่วยให้ประชาชนปลอดภัยขึ้น


จึงควรรายงานว่า “ชายวัย 19 ปี อดีตนักเรียนโรงเรียนดังในจังหวัดแพร่ ชาวอำเภอร้องกวาง” ซึ่งเพียงพอต่อประโยชน์สาธารณะแล้ว


แจ้งข้อหาแล้วหรือยัง?


นี่คือประเด็นล่าสุดที่ PTA ตรวจสอบเป็นพิเศษ


ข้อมูลจากการสอบสวนซึ่งเผยแพร่วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ระบุชัดว่า เจ้าหน้าที่ได้บันทึกข้อมูล ตรวจโทรศัพท์ และรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว แต่ “ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในขณะนั้น”.


จนถึงการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดในช่วงบ่าย 17 สิงหาคม 2569 ยังไม่พบประกาศใหม่จากตำรวจหรือหน่วยงานราชการที่ยืนยันว่า ได้แจ้งข้อหาใดกับชายวัย 19 ปีรายนี้แล้ว


ดังนั้น PTA ไม่ควรเขียนว่า “ตำรวจจับดำเนินคดีแล้ว” หรือ “ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาแล้ว” จนกว่าจะมีการยืนยันจากพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานตำรวจ


คำที่ถูกต้องที่สุดในขณะนี้คือ


“ตำรวจพบตัว เชิญสอบ ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ ตรวจไม่พบอาวุธจริง และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงกับพยานหลักฐาน”


หลังสอบ เจ้าหน้าที่ทำอย่างไรต่อ?


แหล่งข่าวท้องถิ่นรายงานว่า หลังการสอบถาม เจ้าหน้าที่ได้ประสานการดูแลและการประเมินบุคคลต่อ โดยมีหน่วยงานด้านสาธารณสุขเข้าร่วมในกระบวนการด้วย.


ประเด็นนี้ควรรายงานเท่าที่จำเป็นโดยไม่ตีตราหรือสรุปสภาวะทางการแพทย์ของบุคคลจากรายงานข่าว เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคลและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมิน


ผู้ว่าฯ แพร่เรียกประชุมด่วน


หลังพบตัวผู้โพสต์ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม


มีทั้ง


ฝ่ายปกครอง

ตำรวจ

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแพร่

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่

และหน่วยงานด้านสาธารณสุข


เข้าร่วมประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการป้องกัน.


ผู้ว่าฯ กำชับว่า ไม่ว่าข้อความข่มขู่จะเกิดจากอารมณ์ การระบายความรู้สึก หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะหากประเมินผิดเพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่ความสูญเสียได้.


ยกระดับความปลอดภัย ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนนี้


สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่ดูแลโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ 16 แห่ง และได้กำหนดทั้งมาตรการพื้นฐานและมาตรการเร่งด่วน


มีแนวทาง “4 ป.” คือ

ประสาน – ปลูกฝัง – ป้องกัน – ปราบปราม


พร้อมประสานตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงให้โรงเรียนเพิ่มการตรวจบุคคลและสัมภาระ และติดตามกลุ่มแชตหรือช่องทางออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน.


สำหรับโรงเรียนโดยตรง มี ผู้อำนวยการโรงเรียน ร่วมกับ ดร.รุ่งอรุณ ป้องกัน ผอ.สพม.แพร่ ประสานมาตรการรักษาความปลอดภัยกับตำรวจและฝ่ายปกครอง.


ใครเป็นผู้บัญชาการติดตามตัว?


ในส่วนตำรวจระดับจังหวัด พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองแพร่ และ สภ.ร้องกวาง ติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การพบตัวชายวัย 19 ปี.


ตำรวจเมืองแพร่ที่ดูแลมาตรการพื้นที่โรงเรียนมี พ.ต.อ.สุรชัย จันทรมณี ผกก.สภ.เมืองแพร่ เป็นผู้สั่งเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย.


PTA ตรวจสอบล่าสุดถึง 17 สิงหาคม 


จากข้อมูลทุกชุดที่ตรวจสอบจนถึงขณะนี้ มีข้อเท็จจริงสำคัญที่ช่วยลดระดับความเสี่ยงลงอย่างมาก คือ


พบตัวผู้โพสต์แล้ว

เจ้าตัวยอมรับว่าโพสต์จริง

ภาพปืนมาจากอินเทอร์เน็ต

ตรวจไม่พบปืนอยู่ในครอบครอง

ยังไม่มีรายงานว่าพบกระสุนตามที่กล่าวอ้าง

และ ยังไม่มีรายงานว่าพบบุคคลอื่นร่วมวางแผนก่อเหตุ


อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยังมีความจำเป็น เพราะตำรวจต้องแยกให้ได้ว่า ข้อความทั้งหมดเป็นเพียงการระบายอารมณ์ การข่มขู่ หรือมีการเตรียมการบางอย่างก่อนโพสต์หรือไม่


PTA สรุปคดีใน 10 ข้อ


1. เหตุเกิดจากข้อความใน LINE OpenChat วันที่ 12 สิงหาคม 2569

2. โรงเรียนที่ถูกขู่คือ จังหวัดแพร่

3. ผู้โพสต์เป็น ชายอายุ 19 ปี

4. เป็น อดีตนักเรียนของโรงเรียน

5. พ้นสภาพจากโรงเรียนตั้งแต่ ปีการศึกษา 2567

6. เป็นชาว อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่

7. เจ้าตัว ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์จริง

8. อ้างเหตุจากความคับแค้นและการถูกกลั่นแกล้งในอดีต แต่ยังเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง

9. ภาพปืนมาจากอินเทอร์เน็ต และตำรวจไม่พบปืนจริงในครอบครอง

10. ข้อมูลยืนยันล่าสุดยังระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน และยังไม่พบประกาศยืนยันการแจ้งข้อหา


ประเด็นที่สำนักข่าว พีทีเอ จะต้องติดตามต่อ


สิ่งที่ยังไม่มีคำตอบสุดท้ายคือ พนักงานสอบสวนจะเห็นว่าข้อความดังกล่าวเข้าองค์ประกอบความผิดฐานใดหรือไม่, จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อใด, และการตรวจข้อมูลดิจิทัลจะพบว่ามีการเตรียมการอื่นก่อนการโพสต์หรือไม่


อีกประเด็นหนึ่งที่ควรตรวจสอบอย่างเป็นธรรมคือ คำกล่าวอ้างเรื่องการถูกกลั่นแกล้งในอดีต เพราะหากมีเหตุการณ์ดังกล่าวจริง โรงเรียนและหน่วยงานการศึกษาก็ควรตรวจสอบเป็นอีกเรื่องหนึ่งแยกจากความรับผิดชอบของการโพสต์ข่มขู่


การถูกกลั่นแกล้ง หากเกิดขึ้นจริง ไม่ทำให้การข่มขู่ใช้ความรุนแรงเป็นสิ่งชอบธรรม และในทางกลับกัน การโพสต์ข้อความข่มขู่ก็ไม่ควรทำให้ข้อร้องเรียนเรื่องการกลั่นแกล้งถูกละเลย


นี่คือสองประเด็นที่ต้องตรวจสอบแยกจากกันด้วยพยานหลักฐาน


สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่

ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน


แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส

โทร. 062-228-7614, 062-228-7641

LINE ID : song67000

www.ptanewnetwork.com


#PTANewsNetwork #พีทีเอนิวส์ #ข่าวแพร่ #นารีรัตน์จังหวัดแพร่ #โรงเรียนนารีรัตน์ #ขู่ก่อเหตุ #ความปลอดภัยในโรงเรียน #ตำรวจแพร่ #สพมแพร่ #ศูนย์ข่าวภาคเหนือจังหวัดแพร่ #ข่าวอาชญากรรม #เกาะข่าวเด่น

17 Aug 2026

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่

แพร่เดินหน้าจัด “มหกรรมของดีจังหวัดแพร่และงานกาชาด ประจำปี 2569” เตรียมเวทีกลาง–โชว์ของดี 8 อำเภอ กระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี

แพร่ — 17 สิงหาคม 2569
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่ ติดตามความคืบหน้าการเตรียมจัด งานมหกรรมของดีจังหวัดแพร่และงานกาชาด ประจำปี 2569 ซึ่งจังหวัดแพร่เริ่มเดินหน้าวางแผนงานมาตั้งแต่ช่วงกลางปี และล่าสุดมีการประชุมเจาะรายละเอียดด้านกิจกรรมเวทีกลาง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนงานใหญ่ปลายปีนี้

ประชุมล่าสุด 13 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น.

การประชุมล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม เวทีกลาง มีขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมไชยบูรณ์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดแพร่ โดยมี นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินกิจกรรมบนเวทีกลางของงานมหกรรมของดีจังหวัดแพร่และงานกาชาด ประจำปี 2569.

เทศบาลเมืองแพร่ได้มอบหมาย นายสน ลือวัฒนานนท์ รองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ เข้าร่วมประชุมในครั้งดังกล่าว เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมบนเวที ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการนำเสนอศิลปวัฒนธรรม การแสดง และกิจกรรมจากหน่วยงานและภาคประชาชนตลอดช่วงจัดงาน.

เป้าหมายหลักของงานคือการเผยแพร่สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดแพร่ ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และการท่องเที่ยว รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในจังหวัด.

ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าฯ แพร่ นั่งหัวโต๊ะประชุมใหญ่

ก่อนการประชุมเวทีกลาง จังหวัดแพร่ได้จัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินการจัดงานครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมจดหมายเหตุ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดแพร่ โดยมี นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุม.

ที่ประชุมมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมพิจารณารายละเอียดการจัดงาน เพื่อแบ่งภารกิจด้านพื้นที่ กิจกรรม การประชาสัมพันธ์ เวทีกลาง การจัดแสดงสินค้า และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานใหญ่ของจังหวัด.

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 จังหวัดแพร่ยังเคยประชุมเตรียมความพร้อม ณ ห้องประชุมจดหมายเหตุ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดแพร่ โดยมีนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธาน พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม.

วันจัดงานมีข้อมูล 2 ชุด — PTA ตรวจพบกำหนดการถูกปรับ

จากการตรวจสอบข้อมูลประชาสัมพันธ์พบว่า ช่วงเดือนมิถุนายนมีการเผยแพร่กำหนดงานไว้ระหว่าง 27 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่.

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใหม่กว่า ระบุช่วงจัดงานเป็น 28 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2569.

ดังนั้น สำหรับการประชาสัมพันธ์ในขณะนี้ PTA แนะนำให้ใช้กำหนดล่าสุด 28 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2569 โดยระบุว่าเป็นกำหนดจากการประชุมล่าสุดที่ตรวจพบ และควรติดตามประกาศทางการของจังหวัดแพร่อีกครั้งก่อนถึงวันงาน หากมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม

งานใหญ่ปลายปี ไม่ใช่แค่ “งานกาชาด”

สาระสำคัญของงานมหกรรมของดีจังหวัดแพร่ไม่ได้มีเพียงกิจกรรมกาชาด แต่เป็นพื้นที่สำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์ของจังหวัด ทั้งสินค้าเด่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ศิลปวัฒนธรรม และผลงานจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เห็นศักยภาพของจังหวัดแพร่ในภาพรวม.

รูปแบบงานในปีที่ผ่านมาเคยมีการนำของดีจาก ทั้ง 8 อำเภอ มาจัดแสดงและจำหน่าย ควบคู่กับนิทรรศการจากส่วนราชการ การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมประกวด การออกร้านมัจฉากาชาด และการจำหน่ายสลากกาชาด โดยรายได้ส่วนหนึ่งนำไปสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนของเหล่ากาชาดจังหวัดแพร่.

สำหรับปี 2569 รายละเอียดกิจกรรมทั้งหมดอยู่ระหว่างการเตรียมการ จึงยังไม่ควรนำกิจกรรมของปี 2568 ทุกกิจกรรมมาอ้างว่า “มีแน่นอน” ในปีนี้ จนกว่าจะมีประกาศตารางงานอย่างเป็นทางการ

เศรษฐกิจ–ท่องเที่ยวเมืองแพร่ได้ประโยชน์

อีกเป้าหมายสำคัญของการจัดงาน คือการสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการ ร้านค้า เกษตรกร ผู้ผลิตสินค้าชุมชน และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว โดยจังหวัดเลือกช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องต้นเดือนธันวาคม ซึ่งเข้าสู่ฤดูหนาวและเป็นช่วงท่องเที่ยวสำคัญของภาคเหนือ.

การจัดงานในสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ยังเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานจากทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมจัดนิทรรศการ แสดงผลงาน และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของจังหวัด ซึ่งสามารถต่อยอดทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของเมืองแพร่ได้ในระยะยาว.

PTA สรุปข้อมูลประชุมที่สำคัญ

13 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น.
ประชุมเตรียมกิจกรรมเวทีกลาง
สถานที่: ห้องประชุมไชยบูรณ์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดแพร่
ประธาน: นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่.

22 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น.
ประชุมคณะกรรมการดำเนินการจัดงาน
สถานที่: ห้องประชุมจดหมายเหตุ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดแพร่
ประธาน: นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่.

กำหนดงานล่าสุดที่ตรวจพบ:
28 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2569
สถานที่: สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่.

สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ จะติดตามต่อว่า จังหวัดแพร่จะเคาะ ตารางศิลปิน การประกวด ร้านมัจฉากาชาด สลากกาชาด การจัดโซนสินค้า OTOP และกำหนดการเปิดงานอย่างเป็นทางการ เมื่อใด หากมีประกาศเพิ่มเติมจะนำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบทันที

สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน

แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานราชการจังหวัดแพร่
โทร. 062-228-7614, 062-228-7641
LINE ID : song67000
www.ptanewnetwork.com

#PTANewsNetwork #พีทีเอนิวส์ #ข่าวแพร่ #งานกาชาดแพร่2569 #งานกาชาดแพร่ #มหกรรมของดีจังหวัดแพร่ #ของดีเมืองแพร่ #เที่ยวแพร่ #เมืองแพร่ #OTOPแพร่ #ศูนย์ข่าวภาคเหนือจังหวัดแพร่ #ข่าวประชาสัมพันธ์ #ข่าวจริงเที่ยงตรงเพื่อประชาชน

ข่าว,ข่าวแพร่,ข่าวออนไลน์ ,แพร่ข่าว,แพร่ข่าวออนไลน์,ข่าวแพร่ล่าสุด

ข่าว,ข่าวแพร่,ข่าวออนไลน์ ,แพร่ข่าว,แพร่ข่าวออนไลน์,ข่าวแพร่ล่าสุด

17 Aug 2026

ข่าวเมืองแพร่วันนี้

ข่าวล่าสุด,แพร่ทันข่าว,ข่าวด่วนจังหวัดแพร่,ข่าวล่าสุดจังหวัดแพร่,ข่าวเมืองแพร่

ข่าวล่าสุด,แพร่ทันข่าว,ข่าวด่วนจังหวัดแพร่,ข่าวล่าสุดจังหวัดแพร่,ข่าวเมืองแพร่

2 ข่าวสำคัญเมืองแพร่ 17 สิงหาคม 2569 ไฟไหม้บ้านสูงเม่นวอดทั้งหลัง – ปภ.เตือนแพร่เฝ้าระวังน้ำป่า 18–21 สิงหาคม

แพร่ – 17 สิงหาคม 2569
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่ สรุป 2 ประเด็นสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ควรติดตาม ทั้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในอำเภอสูงเม่น และประกาศเตือนภัยจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้จังหวัดแพร่เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในช่วง 18–21 สิงหาคมนี้

ข่าวที่ 1 — ไฟไหม้บ้านค่างาม อ.สูงเม่น วอดทั้งหลัง หลานสาวหนีออกมาได้ทัน

เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรสูงเม่น จังหวัดแพร่ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในพื้นที่ บ้านค่างาม หมู่ 8 ตำบลดอนมูล อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ใกล้วัดค่างาม เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสานรถดับเพลิงจากหลายหน่วยงานเข้าสกัดเพลิง.

กำลังดับเพลิงที่เข้าช่วยเหลือมาจาก อบต.ดอนมูล อบต.สบสาย อบต.ร่องกาศ อบต.บ้านเหล่า รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง โดยมีรถดับเพลิงสนับสนุน มากกว่า 6 คัน.

บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน เบื้องต้นพบว่าเพลิงเริ่มลุกไหม้บริเวณฝั่งตะวันออกของตัวบ้านซึ่งเป็นส่วนไม้ ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังส่วนอื่นของอาคาร ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์พยายามใช้ถังดับเพลิงและสายยางช่วยกันควบคุมไฟ แต่ขณะนั้นมีลมพัดแรง ทำให้เพลิงขยายตัวอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 50 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้.

เจ้าของบ้านให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ขณะเกิดเหตุตนเองออกไปขายผักที่ตลาดดอนมูล โดยภายในบ้านมีหลานสาวพักอยู่เพียงคนเดียว เมื่อทราบว่าเกิดเพลิงไหม้ หลานสาวสามารถวิ่งออกจากตัวบ้านได้ทัน ก่อนเข้าไปอยู่ในบริเวณวัดใกล้เคียง โดยมีชาวบ้านช่วยดูแลและปลอบใจ.

ด้านชาวบ้านใกล้เคียงระบุว่า ก่อนพบเพลิงได้กลิ่นควันและเห็นควันไฟเข้ามาในบ้าน เมื่อออกมาตรวจสอบจึงพบว่าเกิดไฟไหม้ และรีบแจ้งเพื่อนบ้านให้ช่วยกันเคลื่อนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุออกจากพื้นที่.

หลังเพลิงสงบ บ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วน สาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่สามารถสรุปได้ โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

PTA เตือนภัย

เหตุการณ์นี้เป็นอีกกรณีที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเกิดเพลิงไหม้ในบ้านที่มีส่วนประกอบเป็นไม้ ประกอบกับลมแรง ไฟสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนควรตรวจสอบระบบไฟฟ้า ปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า และจัดเตรียมถังดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงควรวางแผนเส้นทางออกจากบ้านสำหรับกรณีฉุกเฉิน

ข่าวที่ 2 — ปภ.เตือนแพร่! 18–21 สิงหาคม เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า ดินโคลนถล่ม

อีกประเด็นสำคัญที่ชาวแพร่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือสถานการณ์ฝนในช่วง 18–21 สิงหาคม 2569

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ระบุว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 18–21 สิงหาคม ประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มเกิด ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านพื้นที่ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น.

ปภ.จึงกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในภาคเหนือรวม 17 จังหวัด ซึ่งมี จังหวัดแพร่ อยู่ในรายชื่อพื้นที่เฝ้าระวังด้วย.

จังหวัดภาคเหนือที่อยู่ในประกาศ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี.

ปภ.ได้ประสานจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่เสี่ยงให้ติดตาม สภาพอากาศ ปริมาณฝน และระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ ทีมปฏิบัติการ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์.

โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี ฝนสะสมเกิน 90 มิลลิเมตรภายใน 24 ชั่วโมง และพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก หน่วยงานได้รับการกำชับให้เร่งระบายน้ำและเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น น้ำตกหรือถ้ำ หากประเมินว่ามีความเสี่ยง ให้พิจารณาปิดพื้นที่เพื่อความปลอดภัย.

จังหวัดแพร่ต้องจับตาอะไร

สำหรับจังหวัดแพร่ ประชาชนที่อาศัยใน พื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ลำห้วย ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำป่าหรือน้ำท่วมซ้ำซาก ควรติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมเป็นต้นไป

หากพบฝนตกหนักต่อเนื่อง ระดับน้ำในลำห้วยเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว น้ำเปลี่ยนสีเป็นขุ่นมากผิดปกติ หรือมีเสียงน้ำดังจากพื้นที่ต้นน้ำ ควรถือเป็นสัญญาณเตือนและเตรียมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที

ปภ.แนะนำประชาชนติดตามประกาศทางราชการอย่างต่อเนื่อง และสามารถแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือผ่าน สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.

สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดแพร่
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน

แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส
โทร. 062-228-7614, 062-228-7641
LINE ID : song67000
www.ptanewnetwork.com

#PTANewsNetwork #พีทีเอนิวส์ #ข่าวแพร่ #ข่าวด่วนแพร่ #สูงเม่น #ไฟไหม้บ้าน #บ้านค่างาม #ดอนมูล #เตือนภัย #ฝนตกหนัก #น้ำป่าไหลหลาก #น้ำท่วมฉับพลัน #ปภ #ศูนย์ข่าวภาคเหนือจังหวัดแพร่ #ข่าวจริงเที่ยงตรงเพื่อประชาชน

สำนักงานกฎหมายและนักสืบ บริษัท พี.ที.เอ บิสสิเนสลอร์ โพรเทกชั่น กรุ๊ป จำกัด นิติบุคคลเลขที่ 0305569004138
X