รวมข่าวภูมิภาค 77 จังหวัดทั่วไทย
🚨 ด่วน! เพลิงไหม้บ้านไม้ย่านคลองเตย ลาม 4–5 หลังเจ้าหน้าที่ระดมกำลังหลายสถานีเข้าสกัด ก่อนควบคุมเพลิงได้ภายในเวลาไม่นาน
🚨 ด่วน! เพลิงไหม้บ้านไม้ย่านคลองเตย ลาม 4–5 หลัง
เจ้าหน้าที่ระดมกำลังหลายสถานีเข้าสกัด ก่อนควบคุมเพลิงได้ภายในเวลาไม่นาน
พีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ | ข่าวด่วนอาชญากรรม–สาธารณภัย
วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569
กรุงเทพมหานคร — พีทีเอ นิวส์ ตรวจสอบรายละเอียดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนย่านคลองเตย พบว่าเหตุเกิดขึ้นช่วงเที่ยงวันนี้ บริเวณ ใกล้ศูนย์เยาวชนคลองเตย ถนนอาจณรงค์ แขวงคลองเตยน้อย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยจุดเกิดเหตุเป็นกลุ่มบ้านไม้ปลูกอยู่ติดกันหลายหลัง ทำให้ช่วงแรกเปลวเพลิงสามารถลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังและรถดับเพลิงจากหลายพื้นที่เข้าควบคุมสถานการณ์
ไล่ไทม์ไลน์ นาทีต่อนาที
เวลา 12.53 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 รับแจ้งผ่านสายด่วน 199 ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนบริเวณใกล้ศูนย์เยาวชนคลองเตย ถนนอาจณรงค์ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตยจึงเร่งเดินทางเข้าตรวจสอบ
เวลา 12.59 น. หรือประมาณ 6 นาทีหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงถึงจุดเกิดเหตุ พบลักษณะพื้นที่เป็น บ้านไม้หลายหลังปลูกชิดติดกัน และขณะนั้นเพลิงยังลุกไหม้อยู่ เจ้าหน้าที่จึงเร่งวางแนวสายส่งน้ำเข้าสกัดไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ลามเข้าสู่บ้านเรือนข้างเคียง
เวลา 13.06 น. สถานการณ์เข้าสู่ช่วงสำคัญ มีรายงานเบื้องต้นว่าเพลิงลุกลามไปแล้วประมาณ 4–5 หลังคาเรือน จึงมีการระดมกำลังสนับสนุนเพิ่มเติมจากสถานีดับเพลิงและกู้ภัย บ่อนไก่ บรรทัดทอง บางรัก ทุ่งมหาเมฆ ถนนจันทน์ และบางนา เข้าร่วมปฏิบัติการ
เวลา 13.10 น. ศูนย์วิทยุพระรามรายงานว่า สามารถควบคุมสถานการณ์จนเพลิงสงบแล้ว เท่ากับว่าจากเวลารับแจ้งครั้งแรก 12.53 น. ถึงรายงานเพลิงสงบ ใช้เวลาประมาณ 17 นาที ส่วนรายละเอียดความเสียหายทั้งหมดและสาเหตุของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ทำไมไฟจึงลามเร็ว?
จุดที่ต้องให้ความสำคัญคือสภาพของพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากเป็นบ้านไม้หลายหลังตั้งอยู่ใกล้กัน วัสดุประเภทไม้เป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟขยายตัวได้รวดเร็ว ประกอบกับระยะห่างระหว่างสิ่งปลูกสร้างที่มีไม่มาก เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้กำลังจากหลายสถานีเพื่อสกัดไม่ให้เพลิงขยายวงกว้าง
จากข้อมูลเบื้องต้น บ้านเรือนถูกเพลิงลุกลามประมาณ 4–5 หลัง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะหยุดการลุกลามไว้ได้
ประเด็นผู้บาดเจ็บ–เสียชีวิต ต้องรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
สำหรับข้อมูลเรื่องผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในช่วงเกิดเหตุมีการรายงานเบื้องต้นว่ายังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ดังนั้น พีทีเอ นิวส์ ยังไม่สรุปว่ามีหรือไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต จนกว่าจะมีข้อมูลยืนยันจากเจ้าหน้าที่หลังเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด
เช่นเดียวกับ สาเหตุของเพลิงไหม้ ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร การประกอบอาหาร หรือสาเหตุอื่น จึงไม่ควรคาดการณ์หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
พีทีเอจับตา 3 เรื่องหลังเพลิงสงบ
จากนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ จำนวนบ้านและครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจริง, ผลการตรวจสอบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต และผลการพิสูจน์หาต้นเพลิงกับสาเหตุของการเกิดไฟไหม้
โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนที่มีบ้านไม้หรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ชิดกัน เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอีกครั้งว่า เวลาเพียงไม่กี่นาทีสามารถเปลี่ยนเหตุเพลิงไหม้บ้านหนึ่งหลังให้กลายเป็นเพลิงไหม้หลายหลังได้ การแจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว การเปิดทางให้รถดับเพลิง และการมีทางหนีไฟที่ชัดเจนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
พีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ จะติดตามผลการตรวจสอบความเสียหาย สาเหตุของเพลิงไหม้ และข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน
แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส โทร. 062-228-7614, 062-228-7641
LINE : song67000
www.ptanewnetwork.com
#ไฟไหม้ #ไฟไหม้คลองเตย #คลองเตย #ศูนย์เยาวชนคลองเตย #ถนนอาจณรงค์ #เพลิงไหม้ #ดับเพลิง #พระราม199 #ข่าวด่วน #ข่าวอาชญากรรม #เตือนภัย #ข่าวออนไลน์ #พีทีเอนิวส์ #PTANewsNetwork
🚨 พีทีเอ นิวส์ จับตาคดีร้อนสภ.เมืองหนองคายโต้ปม “ตำรวจขอแบ่งทอง” ยัน 6 แท่งเป็นของกลาง
🚨 พีทีเอ นิวส์ จับตาคดีร้อน
สภ.เมืองหนองคายโต้ปม “ตำรวจขอแบ่งทอง” ยัน 6 แท่งเป็นของกลาง นำส่งร้านทองตรวจพิสูจน์
อีกฝ่ายอ้างถูกเรียกทองแลกลดคดี — ปมสำคัญจากนี้ต้องวัดกันด้วย “เอกสาร–บัญชีของกลาง–พยานหลักฐาน”
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ข่าวอาชญากรรม | เกาะติดประเด็นสังคม
วันที่ 30 สิงหาคม 2569
หนองคาย — กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว หลังปรากฏข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ว่ามีการนำทองคำส่วนหนึ่งจากผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ไป และถูกกล่าวหาว่าเป็นการแลกกับการดำเนินคดีที่น้อยลง ก่อนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย จะออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่าทรัพย์สินที่ถูกพูดถึงเป็น วัสดุลักษณะคล้ายทองคำจำนวน 6 แท่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้และนำไปให้ร้านทองตรวจสอบว่าเป็นทองคำแท้หรือไม่ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี
เรื่องนี้จึงมีข้อเท็จจริงที่ต้องแยกออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน เพราะขณะนี้ “คำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา” กับ “คำชี้แจงของตำรวจ” มีสาระสำคัญแตกต่างกัน และยังไม่ควรสรุปว่าฝ่ายใดกระทำผิดจนกว่าการตรวจสอบจะได้ข้อยุติ
ต้นเรื่องมาจากคดีลักทรัพย์ในบ้านพัก
คดีเริ่มจากเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านพักข้าราชการทหารอากาศในพื้นที่เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมชายอายุ 22 ปี ซึ่งเป็นพลทหารกองประจำการ พร้อมหญิงอายุ 22 ปี และตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหมดำเนินคดี
ระหว่างการสอบสวน ชายผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดหนองคายตรวจค้นระหว่างเดินทาง และกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่พบทรัพย์สินหลายรายการ รวมถึงทองคำแท่ง
ประเด็นร้อนเกิดขึ้นเมื่อผู้ต้องหา กล่าวอ้าง ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจขอแบ่งทองคำเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ โดยระบุตัวเลขทองคำที่ถูกนำไป 6 บาท 2 สลึง และอ้างถึงทรัพย์สินประเภทอื่นอีกจำนวนหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ยังเป็น คำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์หรือคำวินิจฉัยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับทรัพย์สินจริง
สภ.เมืองหนองคายปฏิเสธ — “ไม่มีการขอแบ่งทอง”
หลังข้อกล่าวหาถูกเผยแพร่และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ สภ.เมืองหนองคายออกคำชี้แจง โดยยืนยันว่า ไม่มีการร้องขอทองคำหรือขอแบ่งของกลางจากผู้ต้องหา
ตำรวจชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือเจ้าหน้าที่ตรวจยึด วัสดุลักษณะคล้ายทองคำจำนวน 6 แท่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดี และเก็บรักษาไว้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและใช้เป็นพยานหลักฐานตามกฎหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำวัสดุดังกล่าวไปยังร้านทอง เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า เป็นทองคำแท้หรือไม่ รวมทั้งขอให้รับรองผลการตรวจ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี
สภ.เมืองหนองคายระบุด้วยว่า มี หนังสือราชการลงวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เรื่อง “ขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบวัสดุคล้ายทองคำ” เป็นเอกสารประกอบคำชี้แจง โดยยืนยันว่าการนำทองไปยังร้านทองเป็นกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของวัตถุ ไม่ใช่การนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว
พีทีเอจับตา — ประเด็นไม่ได้จบเพียงคำว่า “ใครพูดจริง”
สำหรับ พีทีเอ นิวส์ เห็นว่า จุดที่ควรติดตามจากนี้ไม่ควรอยู่เพียงการโต้กันผ่านข่าวว่า “ตำรวจเอาทอง” หรือ “ตำรวจไม่ได้เอาทอง” เพราะข้อกล่าวหามีความร้ายแรงต่อทั้งสิทธิของผู้เสียหาย ความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม และชื่อเสียงของเจ้าหน้าที่ที่ถูกพาดพิง
สิ่งที่จะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยได้ดีที่สุดคือ พยานหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้
โดยเฉพาะวันและเวลาที่ตรวจยึดทอง ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในจุดตรวจ จำนวนและน้ำหนักของทองที่ตรวจพบ บันทึกการตรวจค้นและตรวจยึด บัญชีของกลาง การลงชื่อรับมอบ การส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ตลอดจนหนังสือนำส่งร้านทองและหลักฐานการรับคืน
หากมีภาพจากกล้องวงจรปิด กล้องประจำกายเจ้าหน้าที่ หรือพยานบุคคลในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ข้อมูลเหล่านี้ก็อาจมีความสำคัญต่อการตรวจสอบข้อกล่าวหาเช่นกัน
อีกจุดหนึ่งที่ควรแยกให้ชัดคือ ตัวเลข “6 บาท 2 สลึง” ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง กับคำชี้แจงของตำรวจที่ระบุ “วัสดุลักษณะคล้ายทองคำ 6 แท่ง” เป็นคนละหน่วยข้อมูล จึงไม่ควรนำมารวมเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันจนกว่าจะตรวจสอบน้ำหนัก จำนวน และรายการของกลางจากเอกสารต้นฉบับได้ครบถ้วน
ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
กรณีนี้มีหลักสำคัญสองด้านที่ต้องเดินไปพร้อมกัน
หากมีข้อสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ควรมีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา แต่ในขณะเดียวกัน คำกล่าวหาจากผู้ต้องหาเพียงฝ่ายเดียวก็ยังไม่ใช่หลักฐานว่าตำรวจกระทำผิด
ในทางกลับกัน คำชี้แจงของหน่วยงานตำรวจพร้อมหนังสือราชการเป็นข้อมูลสำคัญ แต่หากสังคมยังมีข้อสงสัย การเปิดเผยลำดับการรับ–ส่งและการเก็บรักษาของกลางเท่าที่กฎหมายอนุญาต ย่อมช่วยให้ข้อเท็จจริงมีความชัดเจนยิ่งขึ้น
พีทีเอ นิวส์ จะติดตามประเด็นนี้โดยยึดหลักว่า “ข้อกล่าวหาต้องตรวจสอบด้วยหลักฐาน และผู้ถูกกล่าวหาต้องได้รับความเป็นธรรม” เพราะสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การตัดสินคดีผ่านกระแสสังคม แต่คือการทำให้ข้อเท็จจริงสามารถตรวจสอบได้
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน
แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส โทร. 062-228-7614, 062-228-7641
LINE : song67000
www.ptanewnetwork.com
#ตำรวจหนองคาย #สภเมืองหนองคาย #หนองคาย #ตำรวจ #ของกลาง #ทองคำ #คดีลักทรัพย์ #ตรวจสอบข้อเท็จจริง #ข่าวอาชญากรรม #เกาะข่าวเด่น #ข่าวด่วน #ข่าวออนไลน์ #พีทีเอนิวส์ #PTANewsNetwork
ทีเอ นิวส์ เตือนภัยใกล้ตัวโควิด-19 แนวโน้มผู้ป่วยขยับขึ้น! สะสมกว่า 9.5 หมื่นราย เสียชีวิต 14 ราย
ทีเอ นิวส์ เตือนภัยใกล้ตัว
โควิด-19 แนวโน้มผู้ป่วยขยับขึ้น! สะสมกว่า 9.5 หมื่นราย เสียชีวิต 14 ราย จับตาไข้หวัดใหญ่–RSV เพิ่มพร้อมกัน
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ข่าวสุขภาพ | เตือนภัยใกล้ตัว
วันที่ 30 สิงหาคม 2569
สถานการณ์โรคทางเดินหายใจในประเทศไทยกลับมาเป็นเรื่องที่ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังอีกครั้ง หลังข้อมูลล่าสุดของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับรายงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังพบสัญญาณเพิ่มขึ้นของ ไข้หวัดใหญ่และโรคติดเชื้อไวรัส RSV ด้วย
อย่างไรก็ตาม คำว่า “กลับมาระบาด” ไม่ควรถูกตีความว่าเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเหมือนในช่วงการระบาดใหญ่ที่ผ่านมา เพราะกรมควบคุมโรคยืนยันว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังและเป็นไปตามที่คาดการณ์ พร้อมขอประชาชน อย่าตื่นตระหนก แต่ไม่ควรประมาท
ตัวเลขล่าสุด 95,357 ราย
ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัลของกองระบาดวิทยา ตั้งแต่ 1 มกราคม–28 สิงหาคม 2569 พบผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 95,357 ราย หรือ 144.76 รายต่อประชากรหนึ่งแสนคน และมีผู้เสียชีวิตสะสม 14 ราย โดยอัตราป่วยตายอยู่ที่ประมาณร้อยละ 0.01
จุดที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี แต่คือ แนวโน้มการรายงานผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับโรคระบบทางเดินหายใจชนิดอื่น
ดังนั้น หากในครอบครัว โรงเรียน สถานที่ทำงาน หรือชุมชน เริ่มมีผู้ป่วยด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หรืออ่อนเพลียหลายคนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน การป้องกันการแพร่เชื้อยังมีความสำคัญ
จับตา NB.1.8.1 แต่ยังไม่มีหลักฐานว่ารุนแรงขึ้น
สำหรับสายพันธุ์ที่กำลังถูกพูดถึง กรมควบคุมโรคยืนยันก่อนหน้านี้ว่า NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่ตรวจพบในประเทศไทยต่อเนื่อง และยัง ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรครุนแรงเพิ่มขึ้น
ข้อมูลการเฝ้าระวังช่วงล่าสุดที่มีการรายงาน ระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน–20 กรกฎาคม 2569 จากตัวอย่าง 48 ราย พบ NB.1.8.1 จำนวน 27 ราย หรือ 56.25% รองลงมาคือกลุ่ม JN.1 จำนวน 15 ราย หรือ 31.25%
ตัวเลข 56.25% จึงหมายถึง สัดส่วนในกลุ่มตัวอย่างที่นำมาเฝ้าระวังสายพันธุ์ในช่วงดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า 56% ของผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศติดสายพันธุ์นี้
ไม่ใช่แค่โควิด — ไข้หวัดใหญ่และ RSV ต้องระวัง
อีกประเด็นที่ พีทีเอ นิวส์ เห็นว่าประชาชนควรให้ความสำคัญ คือสถานการณ์ครั้งนี้ไม่ได้มีเฉพาะโควิด-19 เพราะกรมควบคุมโรคระบุว่า ไข้หวัดใหญ่และ RSV ก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียว
อาการในระยะแรกของโรคทางเดินหายใจหลายชนิดอาจคล้ายคลึงกัน การประเมินจากอาการเพียงอย่างเดียวจึงไม่ควรใช้ฟันธงว่าเป็นโรคใด หากอาการรุนแรงหรือมีความกังวล ควรเข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
“ป่วยพัก ลดใกล้ชิด” หลักง่าย ๆ ที่ช่วยคนรอบตัว
ประชาชนสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการรักษาสุขอนามัย ล้างมือเป็นประจำ หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวกเมื่อมีความเสี่ยง และหากเริ่มมีอาการป่วยควร พักรักษาตัว ลดการใกล้ชิดผู้อื่น และสวมหน้ากากเมื่อจำเป็นต้องอยู่ใกล้ผู้อื่น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง หากมีอาการรุนแรงควรพบแพทย์
ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรคยืนยันว่าระบบสาธารณสุขยังมีความพร้อม และเตือนประชาชนให้ระวัง ข่าวปลอมเกี่ยวกับโควิด-19 ที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขก่อนแชร์ต่อ
พีทีเอ นิวส์ สรุป: ตัวเลขผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณให้ “ระวัง” ไม่ใช่เหตุให้ “ตื่นตระหนก” การป้องกันตัวเองเมื่อมีอาการป่วย โดยเฉพาะการลดการแพร่เชื้อไปยังผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และกลุ่มเปราะบาง ยังคงเป็นวิธีง่ายที่สุดในการช่วยลดผลกระทบต่อครอบครัวและชุมชน
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน
แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส โทร. 062-228-7614, 062-228-7641
LINE : song67000
#โควิด19 #COVID19 #โควิด2569 #เตือนภัยใกล้ตัว #ไข้หวัดใหญ่ #RSV #โรคทางเดินหายใจ #กรมควบคุมโรค #ข่าวสุขภาพ #ข่าวด่วน #ข่าวออนไลน์ #พีทีเอนิวส์ #PTANewsNetwork
ดาวโหลดแอปสำนักข่าวพีทีเอนิวส์ฟรี !! พร้อมวิธีการติดตั้ง
https://drive.google.com/file/d/1RN_IWKzP1e43ZGsGGV-j3Rnb2h-UDPpR/view?usp=drivesdk
กดปุ่มด้านบนเพื่อดาวน์โหลดไฟล์APK จากนั้นเปิดไฟล์และเลือกติดตั้ง หากโทรศัพท์แจ้งเตือน ให้เลือกอนุญาติการติดตั้งแอปจากแหล่งนี้
เจาะคดีร้อนเมืองคอน! “ชัยชนะ เดชเดโช” ถูกกล่าวหาทำร้าย รอง ผกก.สืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ กลางงานศพ
เจาะคดีร้อนเมืองคอน! “ชัยชนะ เดชเดโช” ถูกกล่าวหาทำร้าย รอง ผกก.สืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ กลางงานศพ — เจ้าตัวปฏิเสธ ขณะที่คดีเดินหน้าตามกฎหมาย
17 สิงหาคม 2569 | สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
นครศรีธรรมราช — ภาคใต้
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ ตรวจสอบข้อมูลจากหลายสำนักและแหล่งข้อมูลทางการ พบว่าคดีที่กำลังเป็นกระแสคือกรณี นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในงานบำเพ็ญกุศลศพในพื้นที่อำเภอทุ่งใหญ่
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยืนยันสถานะปัจจุบันของนายชัยชนะว่าเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ไม่ใช่ ส.ส.เขตนครศรีธรรมราช แม้เจ้าตัวจะมีฐานการเมืองและบทบาททางการเมืองสำคัญในจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ตาม.
เหตุเกิดที่ไหน เมื่อไร
ข้อมูลจากตำรวจและหลายสำนักตรงกันว่า เหตุที่ถูกกล่าวหาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. ที่ บ้านหัวควน หมู่ 2 ตำบลปริก อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในงานบำเพ็ญกุศลศพมารดาของนายกเทศมนตรีตำบลปริก.
พื้นที่ดังกล่าวอยู่ใน ภาคใต้ และ สภ.ทุ่งใหญ่ อยู่ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้ ตำรวจภูธรภาค 8.
ผู้ถูกกล่าวหาคือใคร
ผู้ที่ถูกระบุในสำนวนคดีคือ นายชัยชนะ เดชเดโช ปัจจุบันเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และมีตำแหน่งทางการเมืองในพรรคเป็นรองหัวหน้าพรรค โดยดูแลพื้นที่ภาคใต้ตามที่หลายสำนักรายงาน.
นายชัยชนะเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเคยมีบทบาทในคณะกรรมาธิการการตำรวจของสภาผู้แทนราษฎร จึงทำให้คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนายตำรวจระดับรองผู้กำกับ.
นายตำรวจผู้กล่าวหาชื่ออะไร
ผู้เสียหายตามข้อมูลตำรวจคือ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล ตำแหน่ง รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ หรือ รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช.
มีบางสำนักสะกดชื่อว่า “ทะนงศักดิ์” แต่เว็บไซต์ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชและแหล่งข่าวหลายแห่งใช้คำว่า “ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล” ดังนั้น PTA ใช้รูปสะกดนี้เป็นหลักตามข้อมูลหน่วยงานตำรวจ.
จากข่าวลือสู่คดีอาญา 402/2569
ช่วงแรกเมื่อเรื่องถูกเผยแพร่ในสื่อ มีรายงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ฝ่ายนายชัยชนะออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้ตบบ้องหูหรือทำร้ายร่างกาย และระบุว่าตนกับ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์รู้จักสนิทสนมและเคารพนับถือกันมานาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องที่เผยแพร่อาจเกี่ยวข้องกับการดิสเครดิตทางการเมือง.
ขณะเดียวกัน ในช่วงแรกยังมีข้อมูลจากฝ่ายตำรวจในพื้นที่ที่ระบุว่าไม่พบเหตุร้ายแรงตามข่าว ก่อนที่เหตุการณ์จะเปลี่ยนทิศเมื่อ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน.
ต่อมา สภ.ทุ่งใหญ่รับคดีไว้เป็น คดีอาญาที่ 402/2569 ในข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยระบุผู้เสียหายเป็น พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ และผู้ถูกกล่าวหาเป็นนายชัยชนะ เดชเดโช.
นี่เป็นจุดสำคัญ เพราะทำให้เรื่องดังกล่าวเปลี่ยนจากกระแสข่าวทางสังคม มาเข้าสู่ กระบวนการสอบสวนคดีอาญาอย่างเป็นทางการ
เกิดอะไรขึ้นในงานศพ
รายงานจากหลายสำนักระบุคล้ายกันว่า นายชัยชนะและ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์อยู่ในบริเวณงานศพเดียวกัน ก่อนเกิดการพูดคุยและมีปากเสียงหรือการกระทบกระทั่งกัน.
มีรายงานบางส่วนกล่าวอ้างว่าทั้งคู่ร่วมวงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเกิดเหตุ และมีประเด็นการสนทนาทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่รายละเอียดเรื่องแรงจูงใจ เช่น ข้อกล่าวหาว่าไม่พอใจเรื่อง “ไม่ช่วยหาเสียง” ยังเป็นเพียงข้อมูลจากรายงานข่าวและคำบอกเล่าบางฝ่าย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยแล้ว.
ดังนั้น PTA จะไม่ฟันธงว่า “ตบเพราะไม่ช่วยหาเสียง” จนกว่าพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและมีข้อเท็จจริงชัดเจนกว่านี้
ผบ.ตร.สั่งตรวจเข้ม
เมื่อเรื่องกลายเป็นข่าวใหญ่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งตรวจสอบและให้รายงานความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับตำรวจภูธรภาค 8 ส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน.
พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับตำรวจภูธรภาค 8 ระบุในสาระสำคัญว่า เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน โดยไม่คำนึงว่าผู้เกี่ยวข้องจะมีตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่.
ตำรวจยังติดตามสอบปากคำผู้ที่อยู่ในงาน รวมถึงพยายามรวบรวม ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ และพยานแวดล้อม เพื่อประกอบสำนวน.
“ชัยชนะ” เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายชัยชนะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำในคดี.
รายงานข่าวระบุว่า นายชัยชนะ ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำร้าย พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ พร้อมแสดงความพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย.
พนักงานสอบสวนหลักที่มีชื่อในรายงานคือ พ.ต.ท.ศราวุธ กิตติเรืองระยับ สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ โดยมี พ.ต.ท.ประพันธ์ เดชารัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ และ พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ กำกับดูแลตามลำดับ.
พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบเองด้วย
คดีนี้ไม่ได้มีเฉพาะกระบวนการตำรวจ แต่ยังกลายเป็นเรื่องภายในพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าได้พูดคุยกับนายชัยชนะแล้ว และพรรคจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยจะไม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการทางคดี.
ฝ่ายพรรคยังระบุด้วยว่า หากพบพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีเจตนาทำร้ายจริง ก็ต้องดำเนินการตามข้อบังคับและมาตรฐานจริยธรรมของพรรค ไม่ใช่ปกป้องเพียงเพราะเป็นสมาชิกพรรคเดียวกัน.
ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคประชาชน ให้ความเห็นว่า หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและไม่เลือกปฏิบัติ.
จุดพลิกอีกครั้ง — 16 สิงหาคม ร่วมโต๊ะกินข้าวกัน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ทำให้สังคมตั้งคำถามเพิ่มขึ้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569
นายชัยชนะโพสต์ภาพขณะร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ พร้อมครอบครัวและกลุ่มเพื่อน พร้อมข้อความในทำนองว่า มิตรภาพยังคงยืนยาวและเข้าใจกัน.
อย่างไรก็ตาม การที่คู่กรณีสามารถกลับมาร่วมรับประทานอาหารหรือพูดคุยกันได้ ไม่ได้ทำให้คดีอาญาที่เข้าสู่กระบวนการสอบสวนสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ การดำเนินคดีต้องพิจารณาตามฐานความผิด ขั้นตอนกฎหมาย คำให้การ และพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมไว้
นี่คือจุดที่ต้องติดตามว่า หลังภาพการพบกันดังกล่าว ผู้เสียหายจะมีท่าทีอย่างไรต่อคดี และพนักงานสอบสวนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปอย่างไร
PTA วิเคราะห์ 4 จุดที่ยังต้องรอคำตอบ
คดีนี้มีประเด็นที่ยังไม่ควรรีบสรุปอยู่ 4 เรื่อง
หนึ่ง — การสัมผัสหรือการกระทบกันเกิดขึ้นในลักษณะใด
ฝ่ายกล่าวหานำไปสู่การแจ้งคดีทำร้ายร่างกาย ขณะที่นายชัยชนะยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำร้าย จึงต้องดูพยานบุคคลและพยานภาพ.
สอง — มีคลิปเหตุการณ์หรือไม่
หากมีภาพจากโทรศัพท์ กล้องวงจรปิด หรือคลิปของผู้ร่วมงาน จะเป็นหลักฐานสำคัญในการอธิบายพฤติการณ์จริง.
สาม — ปมเรื่องการเมืองหรือการช่วยหาเสียงเป็นสาเหตุจริงหรือไม่
ขณะนี้เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างจากบางรายงาน ยังไม่ใช่ข้อยุติของคดี.
สี่ — ภาพกินข้าวร่วมกันวันที่ 16 สิงหาคมมีผลต่อคดีอย่างไร
ในเชิงความสัมพันธ์ส่วนตัว คู่กรณีอาจพูดคุยหรือปรับความเข้าใจกันได้ แต่ในเชิงกฎหมายต้องดูว่าคดีอยู่ในฐานความผิดใดและดำเนินมาถึงขั้นตอนไหนแล้ว
สรุปข้อมูลสำคัญ
พื้นที่เกิดเหตุ: ภาคใต้
จังหวัด: นครศรีธรรมราช
อำเภอ: ทุ่งใหญ่
ตำบล: ปริก
สถานที่: บ้านหัวควน หมู่ 2 ภายในงานบำเพ็ญกุศลศพ
วันเกิดเหตุ: 8 สิงหาคม 2569
เวลาประมาณ: 23.30 น.
ผู้ถูกกล่าวหา: นายชัยชนะ เดชเดโช
สถานะ: ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
คดี: คดีอาญาที่ 402/2569
ข้อหา: ทำร้ายร่างกาย
คำให้การ: ปฏิเสธข้อกล่าวหา
ผู้เสียหาย: พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล
ตำแหน่ง: รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่
สังกัด: ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ตำรวจภูธรภาค 8.
PTA ย้ำหลักการรายงาน
แม้มีการแจ้งข้อกล่าวหาและเปิดคดีอาญาแล้ว แต่ นายชัยชนะยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา/ผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด การนำเสนอจึงต้องแยกคำกล่าวหาออกจากข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วอย่างชัดเจน
สำหรับกรณีนี้ สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ จะติดตามทั้ง ผลการสอบพยาน คลิปหลักฐาน ความเห็นพนักงานสอบสวน และท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรายงานความคืบหน้าอย่างรอบด้านโดยไม่ตัดสินบุคคลก่อนกระบวนการยุติธรรม
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน
แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส
โทร. 062-228-7614, 062-228-7641
LINE ID : song67000
www.ptanewnetwork.com
#PTANewsNetwork #พีทีเอนิวส์ #ชัยชนะเดชเดโช #ทนงศักดิ์สวัสดิโกมล #สภทุ่งใหญ่ #นครศรีธรรมราช #ตำรวจภูธรภาค8 #ข่าวภาคใต้ #ข่าวการเมือง #ข่าวอาชญากรรม #ทำร้ายร่างกาย #พรรคประชาธิปัตย์ #เกาะข่าวเด่น #ข่าวจริงเที่ยงตรงเพื่อประชาชน
ข่าวประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569
สลดกลางดึกนนทบุรี! เพลิงไหม้บ้าน 2 ชั้น คร่าชีวิต 2 รายพร้อมแมว 8 ตัว ตำรวจเร่งคลี่ปม “แกลอนน้ำมัน–เตาถ่าน”
17 สิงหาคม 2569 | สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์
นนทบุรี — เกิดเหตุสลดกลางดึกในพื้นที่ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี หลังเพลิงลุกไหม้บ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ก่อนเจ้าหน้าที่จะพบผู้เสียชีวิตชายและหญิง 2 รายภายในห้องนอนชั้น 2 รวมถึงแมวที่เลี้ยงไว้เสียชีวิตอีก 8 ตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด โดยเฉพาะร่องรอยของเหลวคล้ายน้ำมันที่พบภายในบ้าน แกลอนน้ำมันบริเวณบันได และเตาถ่านที่พบในห้องน้ำ.
เหตุเกิดเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในพื้นที่ ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน.
บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนพื้นที่ประมาณ 80 ตารางวา โดยขณะเจ้าหน้าที่เดินทางถึงพบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้น 2 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลเมืองบางศรีเมืองและเทศบาลเมืองบางกร่าง ระดมรถดับเพลิงรวม 3 คันเข้าควบคุมสถานการณ์ และใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้.
พบผู้เสียชีวิต 2 รายภายในห้องนอน
หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณชั้น 2 ซึ่งได้รับความเสียหายจากไฟอย่างหนัก โดยภายในห้องนอนพบร่างผู้เสียชีวิตชายและหญิงอยู่บนเตียง คาดว่าเป็นคู่สามีภรรยาที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน แต่ในช่วงการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลอย่างเป็นทางการได้ เนื่องจากเอกสารภายในบ้านได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้.
นอกจากความสูญเสียของบุคคลแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบแมวที่เลี้ยงไว้ภายในบ้านเสียชีวิต 8 ตัว และพบแมวรอดชีวิตอีก 2 ตัว ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลสัตว์เพื่อรักษา.
จุดที่ตำรวจต้องตรวจละเอียด — ร่องรอยน้ำมันและแกลอน 20 ลิตร
สิ่งที่ทำให้การตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ต้องดำเนินการอย่างละเอียด คือบริเวณชั้นล่างของบ้าน ซึ่งไม่ได้รับความเสียหายจากเปลวเพลิงมากเท่าชั้นบน แต่เจ้าหน้าที่รายงานว่าพบร่องรอยของเหลวคล้ายน้ำมันเบนซินอยู่ตามพื้นหลายจุด และบริเวณทางขึ้นบันไดชั้น 2 พบ แกลอนน้ำมันขนาดประมาณ 20 ลิตร วางอยู่.
นอกจากนี้ ภายในห้องน้ำชั้น 2 ยังพบ เตาถ่านที่มีร่องรอยผ่านการจุดใช้งานจนเหลือเถ้าถ่าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัตถุพยานที่เจ้าหน้าที่จะต้องนำมาประกอบการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์.
อย่างไรก็ตาม การพบแกลอนน้ำมัน ร่องรอยของเหลว หรือเตาถ่าน ยังไม่ใช่ข้อสรุปถึงสาเหตุของเพลิงไหม้หรือสาเหตุการเสียชีวิต และยังไม่ควรสันนิษฐานว่าเหตุการณ์เกิดจากการกระทำของบุคคลใด จนกว่าการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ผลชันสูตร และพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จะแล้วเสร็จ
ส่งร่างชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต
เจ้าหน้าที่ได้ประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบ ก่อนส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายไปผ่าชันสูตร เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์และหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตก่อนหรือระหว่างเกิดเพลิงไหม้ และมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่.
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะต้องตรวจหาจุดต้นเพลิง เก็บตัวอย่างของเหลวและวัตถุพยาน ตลอดจนตรวจสอบระบบไฟฟ้าและองค์ประกอบอื่นภายในบ้าน เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป
PTA เกาะติดคดี
เหตุการณ์ครั้งนี้มีหลายจุดที่จำเป็นต้องใช้ ผลทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นตัวชี้ขาด ไม่ว่าจะเป็นจุดกำเนิดเพลิง ชนิดของสารที่พบบนพื้น สภาพของแกลอนน้ำมัน เตาถ่าน ตลอดจนผลชันสูตรร่างผู้เสียชีวิต
ดังนั้น ในเวลานี้จึงควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง “สิ่งที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ” กับ “ข้อสรุปว่าเหตุเกิดขึ้นอย่างไร”
สิ่งแรกได้รับการรายงานจากเจ้าหน้าที่แล้ว แต่สิ่งหลังยังอยู่ในกระบวนการพิสูจน์
สำนักข่าวพีทีเอ นิวส์ เน็ตเวิร์ค ออนไลน์ จะติดตามผลการตรวจพิสูจน์และความคืบหน้าของพนักงานสอบสวน หากมีข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมจะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป
ข่าวจริง เที่ยงตรง เพื่อประชาชน
แจ้งข่าว ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส
โทร. 062-228-7614, 062-228-7641
LINE ID : song67000
www.ptanewnetwork.com
#PTANewsNetwork #พีทีเอนิวส์ #ข่าวด่วน #ข่าวนนทบุรี #ไฟไหม้บ้าน #บางศรีเมือง #อัคคีภัย #ข่าวอาชญากรรม #นิติวิทยาศาสตร์ #เกาะข่าวเด่น #ข่าวออนไลน์

